Krungthep Turakij
จับสัญญาณ 'บิ๊กล็อต' การบินไทย หลังออมทรัพย์ 'ปรับพอร์ต' รับดีมานด์ 'พาสซีฟฟันด์'
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
'นักวิเคราะห์' มองสหกรณ์ออมทรัพย์และผู้ถือหุ้นรายอื่นขายหุ้น 'THAI' ผ่านกระดานบิ๊กล็อตมูลค่ารวมกว่า 9.2 พันล้านบาท เป็นไปเพื่อปรับพอร์ตรับดีมานด์กองทุนพาสซีฟฟันด์ที่เพิ่มขึ้นหลัง THAI ถูกนำเข้าคำนวณในดัชนี SET50-SET100 คาดปลดล็อกหุ้นแปลงทุนส่วนที่เหลืออีก 75% อาจเป็นปัจจัยกดดันราคาหุ้นในระยะสั้นอยู่ในกรอบ 6-7 บาทต่อหุ้น
Key facts
- ของหุ้นบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI ของกลุ่มผู้ถือหุ้นสหกรณ์ออมทรัพย์และผู้ถือหุ้นรายอื่น ในช่วงเช้าวันที่ 18 มิ.ย. 2569 จำนวน 69 รายการ รวม 1,545,393,200 หุ้น คิดเป็นมูลค่ารวม 9,272.36 ล้านบาทนั้น
- ในกรอบราคาเป้าหมายที่ 7 บาทต่อหุ้น โดยมองว่าแอ็กทีฟฟันด์ (Active Fund) จะชะลอการเพิ่มน้ำหนักการลงทุนออกไปก่อน จนกว่าจะผ่านพ้นช่วงครบกำหนดล็อกอัป (Lock-up) ช่วงเดือน ส.ค. นี้
- ด้านปัจจัยพื้นฐาน ผลการดำเนินงานของบริษัทการบินไทยในช่วงไตรมาส 2-3 ปี 2569 ยังส่งสัญญาณชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 เนื่องจากเข้าสู่ช่วงโลว์ซีซั่นของการท่องเที่ยว
- แม้ ไตรมาส 2 ปี 2569 อาจเป็นช่วงที่ผลการดำเนินงานของ THAI เผชิญกับความท้าทายมากที่สุด จากการรับรู้ผลกระทบจากราคาน้ำมันเครื่องบินเพิ่มสูงขึ้นเกือบเต็มไตรมาส แต่ปัจจัยพื้นฐานของ THAI ยังถือว่าอยู่ในระดับที่ดี และอาจฟื้นตัวกลับมาได้ภายในไตรมาส
- เมื่อพิจารณาจากมูลค่าหุ้นและระดับเงินปันผลในปัจจุบัน แต่ควรรอจังหวะสะสมหลังผ่านช่วงวันที่ 3-4 ส.ค. ซึ่งเป็นวันครบกำหนดล็อกอัป
Summary
ด้านปัจจัยพื้นฐาน ผลการดำเนินงานของบริษัทการบินไทยในช่วงไตรมาส 2-3 ปี 2569 ยังส่งสัญญาณชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 เนื่องจากเข้าสู่ช่วงโลว์ซีซั่นของการท่องเที่ยว ประกอบกับราคาน้ำมันเครื่องบินปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา
จากกรณีที่ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ( ตลท. ) รายงานรายการซื้อขายหลักทรัพย์บนกระดานรายใหญ่หรือ "บิ๊กล็อต" ของหุ้นบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI ของกลุ่มผู้ถือหุ้นสหกรณ์ออมทรัพย์และผู้ถือหุ้นรายอื่น ในช่วงเช้าวันที่ 18 มิ.ย. 2569 จำนวน 69 รายการ รวม 1,545,393,200 หุ้น คิดเป็นมูลค่ารวม 9,272.36 ล้านบาทนั้น
สำหรับ กลยุทธ์การลงทุน แนะนำ " ซื้อเก็งกำไร " ในกรอบราคาเป้าหมายที่ 7 บาทต่อหุ้น โดยมองว่าแอ็กทีฟฟันด์ (Active Fund) จะชะลอการเพิ่มน้ำหนักการลงทุนออกไปก่อน จนกว่าจะผ่านพ้นช่วงครบกำหนดล็อกอัป (Lock-up) ช่วงเดือน ส.ค. นี้