Matichon
เอสซีจี เปิดแผน 3 ระยะ รับโลกผันผวน ชูอาเซียนฐานเศรษฐกิจใหม่ ลั่น ‘อย่ากลัวจีน ให้เปิดแขนรับ’
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ที่ เอสซีจี อาคารสำนักงานใหญ่ 1 บางซื่อ นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ เอสซีจี เปิดเผยว่า โลกธุรกิจกำลังเข้าสู่ กติกาการแข่งขันใหม่ จากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อ เงินเฟ้อที่มีแนวโน้มเร่งตัว ความเปราะบางของห่วงโซ่อุปทาน การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว รวมถึงการแข่งขันจากสินค้าจีน หากอุตสาหกรรมไทยและอาเซียนไม่เร่งสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน
Key facts
- นายธรรมศักดิ์ กล่าวว่า อาเซียนกำลังเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจแห่งใหม่ของโลก โดยธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) คาดเศรษฐกิจอาเซียนปี 2569 เติบโตเฉลี่ย 4.7% ขณะที่มูลค่าการค้าระหว่างอาเซียนกับจีนเพิ่มขึ้นจากกว่า 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นมากกว่า
- ปัจจุบันเอสซีจีมี Adjusted Cash EBITDA ไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 14,929 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% จากช่วงเดียวกันปีก่อน สะท้อนความแข็งแกร่งของกระแสเงินสดเพื่อรองรับความผันผวน
- เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ที่ เอสซีจี อาคารสำนักงานใหญ่ 1 บางซื่อ นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ เอสซีจี เปิดเผยว่า โลกธุรกิจกำลังเข้าสู่ กติกาการแข่งขันใหม่
- นายธรรมศักดิ์ กล่าวว่า ในช่วง 3 ปีข้างหน้า ภาคอุตสาหกรรมจะเผชิญความท้าทายจากความผันผวนของราคาพลังงาน ความเปราะบางของห่วงโซ่อุปทาน เงินเฟ้อ และการรุกเข้ามาของผู้ผลิตจีน โดยตอนนี้กติกาการแข่งขันกำลังถูกเขียนใหม่
- นายธรรมศักดิ์ กล่าวว่า แผนระยะกลาง เป็นแผนภายในระยะเวลา 2 ปีนี้ (2569-2570) จะเน้นการเชื่อมโยงศักยภาพการดำเนินงานทั่วทั้งภูมิภาคภายใต้แนวคิด ASEAN Scale ผ่านการใช้ Robotics และ AI รวมทั้งเทคโนโลยีดิจิทัล
Summary
นายธรรมศักดิ์ กล่าวว่า แผนระยะเร่งด่วน ต้องดำเนินการทันที บริษัทฯ จะบริหารความเสี่ยงด้านพลังงานและวัตถุดิบแบบเรียลไทม์ เพิ่มการใช้พลังงานสะอาด เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และรักษาวินัยทางการเงินอย่างเข้มงวด “ที่ผ่านมาธุรกิจไม่ได้ล้มเพราะขาดทุน แต่ล้มเพราะไม่มีแคช” ปัจจุบันเอสซีจีมี Adjusted Cash EBITDA ไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 14,929 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% จากช่วงเดียวกันปีก่อน สะท้อนความแข็งแกร่งของกระแสเงินสดเพื่อรองรับความผันผวน
นายธรรมศักดิ์ กล่าวว่า อาเซียนกำลังเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจแห่งใหม่ของโลก โดยธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) คาดเศรษฐกิจอาเซียนปี 2569 เติบโตเฉลี่ย 4.7% ขณะที่มูลค่าการค้าระหว่างอาเซียนกับจีนเพิ่มขึ้นจากกว่า 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นมากกว่า 700,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และไทย เวียดนาม และอินโดนีเซีย มีสัดส่วนเศรษฐกิจรวมกันประมาณ 70% ของอาเซียน ซึ่งแต่ละประเทศมีจุดแข็งแตกต่างกัน โดยอินโดนีเซียมีข้อได้เปรียบด้านต้นทุนพลังงาน เวียดนามมีศักยภาพด้านการส่งออก
นายธรรมศักดิ์ กล่าวว่า ในช่วง 3 ปีข้างหน้า ภาคอุตสาหกรรมจะเผชิญความท้าทายจากความผันผวนของราคาพลังงาน ความเปราะบางของห่วงโซ่อุปทาน เงินเฟ้อ และการรุกเข้ามาของผู้ผลิตจีน โดยตอนนี้กติกาการแข่งขันกำลังถูกเขียนใหม่ ความผันผวนไม่ได้เป็นเหตุการณ์ชั่วคราวอีกต่อไป แต่กลายเป็นบริบทใหม่ของการดำเนินธุรกิจ ผู้ประกอบการที่สามารถปรับตัวได้เร็ว มีความยืดหยุ่นสูง ใช้ Robotics และ AI เพิ่มประสิทธิภาพ และสร้างฐานการผลิตระดับภูมิภาค จะมีโอกาสเติบโตในระยะยาว