Bangkok Today
กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ชูวิสัยทัศน์ “ดิจิทัล-AI” ยกระดับงานสอบบัญชีและบริการประชาชน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เดินหน้าทรานส์ฟอร์มองค์กรสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ชู 3 เสาหลักในการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนการทำงานของบุคลากรและให้บริการประชาชน พร้อมแอปพลิเคชัน “SmartMe Plus” ผู้ช่วยบริหารจัดการเงินส่วนบุคคลที่ขับเคลื่อนด้วย AI ย้ำความมั่นใจด้วยมาตรการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลขั้นสูงสุด
Key facts
- นางสาวบุญรัตน์ อาจหาญรณฤทธิ์ รองอธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ปัจจุบัน กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับการให้บริการประชาชนและสนับสนุนการทำงานของบุคลากรภายในองค์กร
- นอกจากระบบการตรวจสอบระดับองค์กรแล้ว กรมฯ ยังได้ต่อยอดความสำเร็จของแอปพลิเคชัน SmartMe ซึ่งมีผู้ใช้งานกว่า 239,000 ราย สู่ “SmartMe Plus”
- เสาหลักที่สองคือ การยกระดับการกํากับดูแลภาคสหกรณ์ โดยกำลังศึกษาและพัฒนาระบบประมวลผลธุรกิจหลักของสหกรณ์แบบเรียลไทม์ (Real-time Core Business Processing) เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลและรองรับการกำกับดูแล ตลอดจนเตรียมจัดตั้งศูนย์ข้อมูลทางการเงิน
- แอปพลิเคชันที่รองรับการบันทึกบัญชีครัวเรือนและต้นทุนประกอบอาชีพ โดยเพิ่มศักยภาพการใช้งานด้วยการบันทึกด้วยเสียง (Voice Recording) การวิเคราะห์ข้อมูลผ่าน Dashboard และการวางแผนควบคุมงบประมาณรายจ่าย
Summary
นางสาวบุญรัตน์ อาจหาญรณฤทธิ์ รองอธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ปัจจุบัน กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับการให้บริการประชาชนและสนับสนุนการทำงานของบุคลากรภายในองค์กร โดยมีเป้าหมายในการพัฒนา 3 เสาหลักที่สำคัญ ได้แก่ การยกระดับเทคโนโลยีด้านการสอบบัญชี โดยเตรียมนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยในการตรวจสอบบัญชีในโปรเจกต์ที่วางแผนไว้สำหรับปีงบประมาณ 2570
นอกจากระบบการตรวจสอบระดับองค์กรแล้ว กรมฯ ยังได้ต่อยอดความสำเร็จของแอปพลิเคชัน SmartMe ซึ่งมีผู้ใช้งานกว่า 239,000 ราย สู่ “SmartMe Plus” แอปพลิเคชันที่รองรับการบันทึกบัญชีครัวเรือนและต้นทุนประกอบอาชีพ โดยเพิ่มศักยภาพการใช้งานด้วยการบันทึกด้วยเสียง (Voice Recording) การวิเคราะห์ข้อมูลผ่าน Dashboard และการวางแผนควบคุมงบประมาณรายจ่าย
ในอนาคตมีแผนที่จะพัฒนาไปสู่ระบบ AI on Cloud เพื่อช่วยวิเคราะห์รายรับรายจ่าย ประเมินสุขภาพทางการเงินแบบเรียลไทม์ และให้คำแนะนำในการแก้ปัญหาหนี้สิน ถือเป็นการนำเทคโนโลยีมาสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินให้แก่สังคมอย่างยั่งยืน