Thairath
ศาลรัฐธรรมนูญตีตกปมร้องรัฐบาลตั้งคำถามประชามติแก้ รธน. เข้าข่ายล้มล้างการปกครอง
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งไม่รับคำร้อง ปมร้อง นายกฯ และคณะรัฐมนตรี ตั้งคำถามประชามติแก้ รธน. ขัดคำวินิจฉัย เข้าข่ายล้มล้างการปกครอง ชี้ คำร้องไม่เข้าหลักเกณฑ์ แค่แสดงความเห็น
Key facts
- ไม่ตรงกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 ลงวันที่ 10 กันยายน 2568 เป็นการไม่ปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 3 วรรคสอง และเป็นการกระทำที่นำไปสู่การล้มล้างการปกครองผ่านการทำประชามติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 ประกอบมาตรา 50 (7)
- ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งไม่รับคำร้อง ปมร้อง นายกฯ และคณะรัฐมนตรี ตั้งคำถามประชามติแก้ รธน. ขัดคำวินิจฉัย เข้าข่ายล้มล้างการปกครอง ชี้ คำร้องไม่เข้าหลักเกณฑ์ แค่แสดงความเห็น
- กรณีไม่ต้องด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคสอง ดังนั้น ผู้ร้องไม่อาจยื่นคำร้องดังกล่าวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49
- ศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบ ไม่ปรากฏว่าผู้ร้องถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพโดยตรงและได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายจากการกระทำของผู้ถูกร้องทั้งสองอย่างไร เป็นเพียงการแสดงความคิดเห็นของผู้ร้องเท่านั้น
Summary
วันที่ 24 มิถุนายน 2569 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ มีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณา ในคดีที่ น.ส.ณัฐธิดา นิโครธางกูร ผู้ร้อง ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 โดย น.ส.ณัฐธิดา กล่าวอ้างว่า นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี จัดให้มีการออกเสียงประชามติ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยกำหนดประเด็นคำถามว่า “ท่านเห็นชอบว่า สมควรจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่”
ศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบ ไม่ปรากฏว่าผู้ร้องถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพโดยตรงและได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายจากการกระทำของผู้ถูกร้องทั้งสองอย่างไร เป็นเพียงการแสดงความคิดเห็นของผู้ร้องเท่านั้น กรณีไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 46 วรรคหนึ่ง ผู้ร้องจึงไม่อาจยื่นคำร้องดังกล่าวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213
ส่วนที่ผู้ร้องกล่าวอ้างว่า การกระทำของผู้ถูกร้องทั้งสองนำไปสู่การล้มล้างการปกครอ ง ผ่านการทำประชามติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 ประกอบมาตรา 50 (7) นั้นเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบ ไม่ปรากฏว่าผู้ร้องได้ร้องต่ออัยการสูงสุด เพื่อร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการ ให้เลิกการกระทำดังกล่าว กรณีไม่ต้องด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคสอง ดังนั้น ผู้ร้องไม่อาจยื่นคำร้องดังกล่าวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49