Krungthep Turakij
โมเดล 'Commercial Outsourcing' DKSH เพิ่มโอกาสใหม่ธุรกิจสุขภาพ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่การเป็นสังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super-Aged Society) ภายในปี 2574 ทำให้ความต้องการด้านการดูแลเชิงป้องกันและนวัตกรรมรักษาโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น โรคเบาหวาน และโรคมะเร็ง เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่มีการส่งเสริมการรักษาในหน่วยสาธารณสุขระดับชุมชน ร้านขายยา คลินิก และการดูแลที่บ้าน แทนการรักษาที่โรงพยาบาลมากขึ้น แนวโน้มเหล่านี้สร้างความต้องการใหม่ๆ และโอกาสในการเติบโตให้กับธุรกิจผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพอย่างมีนัยสำคัญ
Key facts
- Health&Wellness
Summary
“นันท์นภัส ลิ้มคำ” กรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและผลิตภัณฑ์ยา หน่วยธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ DKSH ประเทศไทย ให้สัมภาษณ์ “กรุงเทพธุรกิจ”ว่าปัจจุบันประเทศไทยถือเป็นศูนย์กลางและตลาดสาธารณสุขที่สำคัญอย่างยิ่งในระดับโลก โดยประเทศมีสัดส่วนสูงถึง 40-50% ของรายได้รวมในกลุ่มธุรกิจสุขภาพทั่วโลกของบริษัท DKSH ยิ่งไปกว่านั้น มูลค่าการกระจายยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพของ DKSH ในไทย ยังคิดเป็นสัดส่วนราว 25-30% ของรายจ่ายด้านสุขภาพทั้งหมดของประเทศไทย (Health care expenditures)
การส่งต่อให้พันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญดูแลจะช่วยลดความเสี่ยงที่บริษัทต่างชาติจะตัดสินใจถอนตัวออกจากตลาดประเทศไทย และยังช่วยรักษาการจ้างงานในประเทศได้อย่างยั่งยืน ซึ่งในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โมเดลธุรกิจดังกล่าวได้สร้างอัตราการจ้างงานในประเทศเพิ่มขึ้นกว่า 200 ถึง 300 ตำแหน่งผ่านระบบของDKSH ขณะที่มูลค่าตลาดรวมของธุรกิจประเภทนี้มีมูลค่าสูงถึงหลายหมื่นล้านบาท และมีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง 12% ต่อปี
การมุ่งเน้นการลดความแออัดในโรงพยาบาลใหญ่โดยกระจายงบประมาณและขีดความสามารถไปยังโรงพยาบาลชุมชน บทบาทของร้านขายยาที่ผู้ป่วยโรคพื้นฐานสามารถรับยาใกล้บ้านได้โดยไม่ต้องรอคิวที่โรงพยาบาล และการขยายผลไปถึงการฉีดวัคซีนที่ร้านยาในอนาคต