Brand Inside
Butterbear โตไม่หยุด ‘น้องเนย’ กับรายได้เกือบ 600 ล้าน และ IP Character ของไทยที่กำลังไปได้ไกล
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ไม่กี่ปีก่อน หลายคนอาจมองว่า ‘น้องเนย’ หรือ Butterbear เป็นเพียงแครักเตอร์ไวรัล แต่วันนี้ตัวเลขผลประกอบการพิสูจน์แล้วว่า Butterbear คือธุรกิจที่สร้างกำไรได้จริง
Key facts
- ‘บริษัท บัตเตอร์แบร์ จำกัด’ รายงานผลประกอบการปี 2568 มีรายได้ 577.70 ล้านบาท และกำไร 217.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ที่มีรายได้ 544.87 ล้านบาท และกำไร 212.05 ล้านบาท ขณะที่ปี 2566 ซึ่งเป็นปีแรกของการดำเนินธุรกิจและมีงบการเงินไม่เต็มปี
- หากดูเฉพาะตัวเลข รายได้ของ Butterbear ระหว่างปี 2567 และ 2568 อาจไม่ได้เติบโตแบบก้าวกระโดด แต่สิ่งที่น่าสนใจคือบริษัทสามารถรักษาระดับกำไรไว้ได้กว่า 200 ล้านบาทต่อเนื่อง สะท้อนว่าธุรกิจไม่ได้เติบโตจากกระแสเพียงอย่างเดียว
- ไม่กี่ปีก่อน หลายคนอาจมองว่า ‘น้องเนย’ หรือ Butterbear เป็นเพียงแครักเตอร์ไวรัล แต่วันนี้ตัวเลขผลประกอบการพิสูจน์แล้วว่า Butterbear คือธุรกิจที่สร้างกำไรได้จริง
- รายได้ของแบรนด์ไม่ได้มาจากการขายอาหารและเครื่องดื่มเพียงอย่างเดียว แต่ยังต่อยอดไปสู่สินค้าลิขสิทธิ์ ตั้งแต่พวงกุญแจ Blind Box ไปจนถึงสินค้าสะสมที่แฟนๆ พร้อมจ่ายในราคาหลายร้อยบาทต่อชิ้น
Summary
อีกจุดที่สะท้อนว่าธุรกิจกำลังเติบโต คือการสร้าง ‘จักรวาลตัวละคร’ ให้มีมากกว่าน้องเนย ไม่ว่าจะเป็น Bianca, Hippy และ Sunday Bird การมีตัวละครหลายตัวช่วยให้แบรนด์ต่อยอดเรื่องราว กิจกรรม และสินค้าได้ในระยะยาว คล้ายกับแนวทางที่แบรนด์ IP Character ระดับโลกใช้สร้างมูลค่าให้กับธุรกิจ
ขณะเดียวกัน Butterbear ยังต่อยอดแบรนด์ผ่านการคอลแลบกับแบรนด์ต่างๆ อย่าง USTAR, Sofy, Mitsubishi Heavy Duty, Lay’s และอีกมากมาย ซึ่งช่วยให้แครักเตอร์ของน้องเนยเข้าถึงผู้บริโภคในหลากหลายอุตสาหกรรม และสร้างรายได้โดยไม่จำกัดอยู่แค่ธุรกิจร้านอาหาร
หากดูเฉพาะตัวเลข รายได้ของ Butterbear ระหว่างปี 2567 และ 2568 อาจไม่ได้เติบโตแบบก้าวกระโดด แต่สิ่งที่น่าสนใจคือบริษัทสามารถรักษาระดับกำไรไว้ได้กว่า 200 ล้านบาทต่อเนื่อง สะท้อนว่าธุรกิจไม่ได้เติบโตจากกระแสเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มมีโมเดลธุรกิจที่สร้างกำไรได้อย่างต่อเนื่อง