Post Today
คณะอนุกรรมาธิการ ดิจิทัลเปิด 4 ปมกังวล TH-AI Passport จี้รัฐบาลทบทวน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
คณะอนุกรรมาธิการดิจิทัลเปิดข้อกังวลโครงการ TH-AI Passport ตั้งคำถามความโปร่งใส การใช้เงิน 1.6 พันล้านบาท ความปลอดภัยข้อมูลประชาชน และความคุ้มค่าในระยะยาว
Key facts
- เราไม่ได้คัดค้านการพัฒนา AI หรือการยกระดับทักษะของประชาชน แต่ต้องการให้การใช้งบประมาณ 1,600 ล้านบาทเกิดความคุ้มค่าที่สุด และช่วยสร้างศักยภาพ AI ของประเทศไทยอย่างยั่งยืน ไม่ใช่เพียงการนำงบประมาณไปสนับสนุนแพลตฟอร์มต่างชาติ"
- ด้านนายอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และรองประธานคณะอนุกรรมาธิการ กล่าวว่า แม้ทุกฝ่ายจะเห็นตรงกันว่าประเทศไทยต้องลงทุนด้าน AI แต่ยังมีคำถามสำคัญต่อรูปแบบการใช้งบประมาณ 1,600 ล้านบาทของโครงการ
- นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธานคณะอนุกรรมาธิการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันดิจิทัลไทย ภายใต้คณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) พร้อมคณะ
- รัฐบาลต้องชี้แจงให้ชัดเจนว่าข้อมูลของประชาชนกว่า 5 ล้านคนจะได้รับการคุ้มครองอย่างไร และจะไม่ถูกนำไปใช้ในลักษณะที่กระทบต่อสิทธิส่วนบุคคล"
Summary
นางการดีเปิดเผยว่า แม้คณะอนุกรรมาธิการจะได้รับเอกสารบางส่วนเกี่ยวกับโครงการ แต่ยังไม่ได้รับรายละเอียดสัญญาฉบับสมบูรณ์ เอกสารการส่งมอบงานงวดแรก รวมถึงรายชื่อคณะกรรมการตรวจรับงานทั้งหมด ทำให้ยังไม่สามารถตรวจสอบกระบวนการดำเนินโครงการได้อย่างครบถ้วน
นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธานคณะอนุกรรมาธิการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันดิจิทัลไทย ภายใต้คณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) พร้อมคณะ แถลงผลการประชุมหารือเกี่ยวกับโครงการ TH-AI Passport โดยระบุว่าคณะอนุกรรมาธิการยังมีข้อกังวลหลายประเด็น ทั้งด้านความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้าง ความคุ้มค่าของงบประมาณ และความปลอดภัยของข้อมูลประชาชน
นางการดีระบุว่า แนวทางการดำเนินโครงการในปัจจุบันมีลักษณะคล้ายการจัดหา "ถุงยังชีพดิจิทัล" เพื่อแจกจ่ายการใช้งาน AI ฟรีให้ประชาชนจำนวนมาก แต่ยังขาดการกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน ทั้งที่ประเทศไทยมีภาคส่วนสำคัญที่ควรได้รับการสนับสนุนเป็นพิเศษ เช่น ภาคการท่องเที่ยว ธุรกิจเอสเอ็มอี การแพทย์แผนไทย ภาคเกษตรกรรม และหน่วยงานภาครัฐ