Komchadluek
แฉยับ "ระบอบสีน้ำเงิน" กินรวบภูเก็ต บดขยี้เศรษฐกิจ-บีบทุนสุจริตจ่ายส่วย
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
22 มิ.ย. 2569 เฉลิมพงศ์ แสงดี สส.ภูเก็ต เขต 2 และ ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แสดงความกังวลต่อผลกระทบจาก "ระบอบสีน้ำเงิน" ต่อวงการธุรกิจในจังหวัดภูเก็ต
Key facts
- เฉลิมพงศ์ กล่าวว่า วันนี้ปัญหาของจังหวัดภูเก็ตไม่ใช่เพียงแค่การย้ายผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด รวมถึงผู้บัญชาการตำรวจภาค 8 แต่เป็นปัญหาของ "ระบอบสีน้ำเงิน"
- หากย้อนกลับไป 1-2 เดือนที่ผ่านมา ในช่วงที่ระบอบสีน้ำเงินยังอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็ยังไม่มีการดำเนินการใด ๆ เริ่มตั้งแต่กรณีแชตหลุด ‘ช่วยน้ำเงินด้วย’ ของอธิบดีกรมการปกครอง
- สิ่งนี้สะท้อนว่า การลงทุนอย่างตรงไปตรงมาไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในจังหวัดภูเก็ต วันนี้สิ่งที่นายกรัฐมนตรีกำลังได้คือ ผลกำไรทางอำนาจการเมือง แต่สิ่งที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักคือเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ต
- มีเจ้าหน้าที่ตำรวจโทรมาเตือนให้ระวังตัว คำพูดสั้นๆ นี้ไม่ใช่เรื่องปกติ แต่เป็นภาพสะท้อนของผู้มีอิทธิพลที่ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้แจ้งว่า เบื้องหลังมีทั้งอำนาจ การเมือง และผลประโยชน์ในพื้นที่ที่แอบแฝงอยู่
Summary
"มีเจ้าหน้าที่ตำรวจโทรมาเตือนให้ระวังตัว คำพูดสั้นๆ นี้ไม่ใช่เรื่องปกติ แต่เป็นภาพสะท้อนของผู้มีอิทธิพลที่ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้แจ้งว่า เบื้องหลังมีทั้งอำนาจ การเมือง และผลประโยชน์ในพื้นที่ที่แอบแฝงอยู่ ซึ่งเป็นผลประโยชน์มหาศาล เชื่อมโยงตั้งแต่ข้าราชการระดับสูงที่มารีดไถพี่น้องประชาชน ทำให้นักธุรกิจผู้ประกอบการเริ่มเบื่อกับการจ่ายส่วย ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นเรื่องเก่าที่เกิดขึ้นมาอย่างยาวนานในจังหวัดภูเก็ต"
เฉลิมพงศ์ กล่าวว่า วันนี้ปัญหาของจังหวัดภูเก็ตไม่ใช่เพียงแค่การย้ายผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด รวมถึงผู้บัญชาการตำรวจภาค 8 แต่เป็นปัญหาของ "ระบอบสีน้ำเงิน" ที่พยายามฝังรากลึกในพื้นที่ ซึ่งไม่ใช่ปัญหารายบุคคล แต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างของผู้มีอิทธิพลที่ฝังรากลึกลงในพื้นที่
"เรื่องนี้ผมพูดมาตั้งแต่สมัยเป็น สส. สมัยที่แล้ว ว่าสิ่งที่ต้องทำ คือรวบรวมรายชื่อผู้มีอิทธิพล ซึ่งกระทรวงมหาดไทยก็มีข้อมูลทั้งรายชื่อและจำนวนประชากรของประเทศไทยอยู่แล้ว เชื่อว่ากระทรวงมหาดไทยมีข้อมูลว่าใครเป็นผู้มีอิทธิพล ใครเป็นผู้บุกรุกชายหาดสาธารณะ เพราะคดีความต่างๆ มีมาก่อนหน้านี้แล้ว ทำไมจึงไม่เร่งรัดปราบปราม แต่กลับปล่อยให้มีการประวิงเวลา จนผู้ประกอบการเหล่านั้นยังสามารถทำมาหากินต่อไปได้"