Nation TV
STORY : เมื่อ ‘ขยะ’ ถูกชุบชีวิตเป็น ‘ขุมทรัพย์’: เจาะเส้นทางสินค้ามือสองญี่ปุ่น สมรภูมิการค้าที่เปลี่ยนของเหลือทิ้งให้เป็นเม็ดเงิน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
นาทีนี้ไม่มีอะไรฮอตไปกว่าโมเดล "โกดังสินค้ามือสองจากญี่ปุ่น" ที่กำลังเฟื่องฟูและขยายตัวอย่างร้อนแรงในภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะในประเทศไทยที่ทำเอาชาวญี่ปุ่นถึงกับทึ่ง เมื่อพบว่าสิ่งของเหลือทิ้งภายในบ้านที่พวกเขาคัดทิ้งไปแล้ว สามารถถูกชุบชีวิตและนำมาสร้างรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำในบ้านเรา
Key facts
- นาทีนี้ไม่มีอะไรฮอตไปกว่าโมเดล "โกดังสินค้ามือสองจากญี่ปุ่น"
- ในประเทศญี่ปุ่น ตลาดสินค้ามือสองที่กำลังเฟื่องฟูมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าตัวตั้งแต่ปี 2010 เป็นต้นมา ตามข้อมูลจากหน่วยงานวิจัยตลาด Kadence International ส่งผลให้บริษัทผู้จำหน่ายสินค้าเหล่านี้หลายแห่งตัดสินใจขยายธุรกิจไปทั่วภูมิภาคเอเชีย
- อีกด้านหนึ่ง รายงานเมื่อปี 2024 ของมูลนิธิเศรษฐกิจหมุนเวียนระบุว่า เศรษฐกิจหมุนเวียนทั่วโลกยังคงมีแนวโน้มลดลง จากการที่เศรษฐกิจโลกใช้ทรัพยากรไปเกือบเท่ากับที่ใช้ไปตลอดทั้งศตวรรษที่ 20 ในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา
- ภาพความคึกคักของฝูงชนที่หลั่งไหลเข้าสู่โกดังขนาดใหญ่ย่านชานเมืองเพื่อจับจองสินค้าสารพัดนึก ตั้งแต่เครื่องใช้ในบ้าน เสื้อผ้า จักรยาน กระดานโต้คลื่น เครื่องแก้ว เครื่องกระเบื้อง ไปจนถึงกระเป๋าแบรนด์เนมสภาพดี
Summary
ภาพความคึกคักของฝูงชนที่หลั่งไหลเข้าสู่โกดังขนาดใหญ่ย่านชานเมืองเพื่อจับจองสินค้าสารพัดนึก ตั้งแต่เครื่องใช้ในบ้าน เสื้อผ้า จักรยาน กระดานโต้คลื่น เครื่องแก้ว เครื่องกระเบื้อง ไปจนถึงกระเป๋าแบรนด์เนมสภาพดี ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของการซื้อมาขายไปทั่วไป แต่คือภาพสะท้อนที่เป็นรูปธรรมที่สุดของแนวคิด "เศรษฐกิจหมุนเวียน" (Circular Economy) ที่กำลังขับเคลื่อนและเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคของคนไทยอย่างแท้จริง
ภายในโกดังจะมีสินค้าใหม่ๆ หมุนเวียนเข้ามาอย่างต่อเนื่องจนละลานตา ตั้งแต่ของเล่นสีสันสดใส หุ่นยนต์กันดั้ม (Gundam) ยอดนิยม ชามเซรามิก สร้อยคอลูกปัด ไปจนถึงร่มพับทั่วไป แนวคิดเรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียนซึ่งเกี่ยวข้องกับการรีไซเคิลและการนำผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่แล้วกลับมาใช้ใหม่ ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
ในส่วนของกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กก็เติบโตอย่างแข็งแกร่งเช่นกัน ในการประมูลสินค้าใกล้กรุงโตเกียว มีผู้ประกอบการชาวไทยรายหนึ่งเข้าร่วมประมูลตุ๊กตาไปเป็นจำนวนมาก ซึ่งถือเป็นสินค้าสำคัญในธุรกิจขายสินค้ามือสองของญี่ปุ่นที่ทำกำไรได้ดีในประเทศไทย โดยเธอยอมใช้เงินไปถึง 340,000 เยน หรือเกือบ 70,000 บาท สำหรับตุ๊กตาน้ำหนัก 100 กิโลกรัม เพื่อเดินทางต่อไปยังโกดังในกรุงเทพฯ พร้อมกับกระเป๋าและของเล่นชิ้นอื่นๆ