Krungthep Turakij
อสังหาฯ แห่ขายที่ดิน-โครงการผ่าน EIA ‘เบรกลงทุน’ ใบอนุญาตก่อสร้างวูบ 50.2%
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2569 ไม่ได้เห็นเพียงภาพของการชะลอเปิดโครงการใหม่ แต่กำลังเกิดปรากฏการณ์ เปลี่ยนมือ “สินทรัพย์” ครั้งสำคัญ เมื่อผู้ประกอบใน และนอก ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย บางส่วนยอมตัดใจ “ขายที่ดิน” และ โครงการที่ผ่านรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA (Environmental Impact Assessment) ให้ดีเวลลอปเปอร์รายใหญ่ที่มีฐานะการเงินแข็งแรง เพื่อเปลี่ยน “ต้นทุนจม” ให้เป็น “เงินสด” ขณะที่รายใหญ่ใช้จังหวะนี้เร่งสะสม “โอกาส” เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับวัฏจักรฟื้นตัวรอบใหม่
Key facts
- ขณะ ที่ตลาดระดับบนตั้งแต่ 7.51 ล้านบาทขึ้นไป เริ่มส่งสัญญาณ “ชะลอตัว”
- ปี 2569 จึงอาจไม่ใช่ปีแห่งการเปิดเกมรุกของอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ แต่เป็นปีแห่งการปรับตัว ผู้ประกอบการที่มีฐานะการเงินแข็งแรงสามารถสะสมสินทรัพย์คุณภาพในต้นทุนที่เหมาะสม แต่หาก “สายป่านสั้น”
- การลงทุนใหม่ชัดเจน สังเกตได้จากจำนวนที่อยู่อาศัยที่ได้รับใบอนุญาตจัดสรรที่ดินเหลือเพียง 5,783 หน่วย ลดลง 45.7% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่จำนวนหน่วยที่ได้รับใบอนุญาตก่อสร้างลดลงถึง 50.2% เหลือ 27,870 หน่วย
- จำนวนหน่วยโอนลดลง 14.9% และมูลค่าการโอนลดลง 16.4% ด้วยเหตุนี้ ผู้ประกอบการจำนวนมากจึงเลือกใช้ยุทธศาสตร์ “รอจังหวะ”
- ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ตอกย้ำภาพดังกล่าวอย่างชัดเจน โดยไตรมาส 1 ที่ผ่านมา ผู้ประกอบการทั่วประเทศเลือก “แตะเบรก”
- ข้อเท็จจริงอีกประการหนึ่งคือ การพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ไม่ได้เกิดขึ้นทุกวัน โครงการหนึ่งใช้เวลาพัฒนาประมาณ 2 ปี กว่าจะสามารถเริ่มลงทุนในโครงการใหม่ได้ ดังนั้นผู้ซื้อที่ดินรายใหญ่จึงเป็นกลุ่มที่มีเงินทุนพร้อม และมองเห็นโอกาสในการพัฒนา
Summary
ภาพที่เกิดขึ้นไม่ได้ส่งผลกระทบเพียงการชะลอเปิดโครงการใหม่เท่านั้น หากยังเริ่มเห็นการ “เปลี่ยนมือสินทรัพย์” อย่างมีนัยสำคัญในอุตสาหกรรม ส่วนหนึ่งเกิดจากธนาคารคุมเข้มการปล่อยสินเชื่อโครงการ (Pre-financing) วิกฤติหุ้นกู้ ทำให้ความเชื่อมั่นลดลง การระดมทุนของดีเวลลอปเปอร์ทั้งในตลาด และนอก ตลาดหลักทรัพย์ยากขึ้น
“ดีเวลลอปเปอร์จำนวนหนึ่งที่เคยเร่งสะสมแลนด์แบงก์ในช่วงตลาดขาขึ้น กำลังเผชิญโจทย์หนักจากภาวะขายชะลอ ต้นทุนการถือครองที่เพิ่มขึ้น ที่สำคัญต้องการสภาพคล่อง ส่งผลให้หลายรายตัดสินใจขายที่ดิน รวมถึงโครงการที่ผ่านการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) แล้ว ให้กับผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีสภาพคล่อง และศักยภาพในการพัฒนาต่อ”
“ในกรุงเทพฯ ขณะนี้เริ่มมีผู้พัฒนาโครงการรายอื่นที่ดำเนินการเรื่องที่ดิน และการขออนุญาตต่างๆ ไว้แล้ว ต้องการส่งต่อโครงการให้เราพัฒนา ซึ่งถือเป็นทางลัดที่ช่วยลดระยะเวลา และความเสี่ยงจากการเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด คาดว่าในช่วงไตรมาส 3-4 ของปีนี้ น่าจะเปิดเผยรายละเอียดได้เริ่มอยู่ระหว่างดีล 2-3ราย ซึ่งอาจเป็นแนวทางการเติบโตที่น่าสนใจ”