Krungthep Turakij
ตลาดทุนดัน‘กองทุนอินฟราฯ’ ลดภาระงบรัฐ-ดักฟันด์โฟลว์ ครึ่งหลัง
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าวยืนยัน
ปัจจุบัน “กระทรวงการคลัง” มีนโยบายชัดเจนในการลดภาระงบประมาณของประเทศ โดยมุ่งเน้นให้รัฐวิสาหกิจที่มีรายได้ และศักยภาพสามารถพึ่งพาตนเองได้มากขึ้น ซึ่งเครื่องมือทางการเงินที่สำคัญ คือ การใช้ “กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน” (Infrastructure Fund) ในการระดมทุนโดยการนำกระแสเงินสดในอนาคต (Cash flow) จากทรัพย์สินเหล่านั้นมาจัดตั้งเป็นกองทุน เพื่อเป็นการ “Free up cash” หรือนำเงินทุนที่ได้จากการขายสิทธิในกระแสเงินสดในอนาคต จากทรัพย์สินที่มีอยู่เข้าสู่ “กองทุน”
Key facts
- ในอดีตไทยเคยประสบความสำเร็จในการระดมทุนผ่านกองทุนประเภทนี้มาแล้วกว่า 200,000 ล้านบาท เช่น โครงการกองทุน Thailand Future Fund (TFF) และโครงข่ายไฟฟ้าต่าง ๆ”
- ของ TFF คือความยืดหยุ่นทางการเงินที่สามารถกู้เงินได้สูงถึง 3 เท่าของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (NAV)ทำให้รัฐสามารถใช้เงินกู้แทนการใช้ส่วนทุน (Equity) อย่างไรก็ตามในส่วนของ TFF แม้ผู้ประเมินราคาอาจจะเคยประเมินไว้ต่ำ
- ขณะี่ กองทุน EGATIFให้ผลตอบแทนที่สูงกว่า กองทุน TFF เนื่องจากมีระยะเวลาการลงทุนที่สั้นกว่า โดยเหลืออายุการลงทุนประมาณ 10 ปี หากมีทรัพย์สินใหม่เข้ามาเติม ก็สามารถขยายระยะเวลาของกองทุนออกไป
- ปัจจุบันกองทุนโครงสร้างพื้นฐานหลักที่รัฐบาลให้ความสำคัญ ได้แก่ กองทุน Thailand Future Fund (TFF) และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ ชุดที่ 1 (EGATIF)
Summary
ปัจจุบัน “กระทรวงการคลัง” มีนโยบายชัดเจนในการลดภาระงบประมาณของประเทศ โดยมุ่งเน้นให้รัฐวิสาหกิจที่มีรายได้ และศักยภาพสามารถพึ่งพาตนเองได้มากขึ้น ซึ่งเครื่องมือทางการเงินที่สำคัญ คือ การใช้ “กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน” (Infrastructure Fund) ในการระดมทุนโดยการนำกระแสเงินสดในอนาคต (Cash flow) จากทรัพย์สินเหล่านั้นมาจัดตั้งเป็นกองทุน เพื่อเป็นการ “Free up cash” หรือนำเงินทุนที่ได้จากการขายสิทธิในกระแสเงินสดในอนาคต จากทรัพย์สินที่มีอยู่เข้าสู่ “กองทุน”
นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการขยายพื้นที่ทางการคลังและกระตุ้นการลงทุนของประเทศ ในสภาวะที่งบประมาณภาครัฐมี “ข้อจำกัด” และ “หนี้สาธารณะ” ใกล้เต็มเพดาน ดังนั้น การระดมทุนผ่านกองทุนโครงสร้างพื้นฐานถือเป็น “Big Change” ที่น่าสนใจ เพราะเป็นการใช้สภาพคล่องจากตลาดทุนมาขับเคลื่อนการลงทุนแทนการใช้เงินงบประมาณหรือการกู้ยืม
ดังนั้น ก้าวต่อไปของ ตลท. เตรียมสื่อสารข้อมูลความคืบหน้าของโครงการต่าง ๆ และแผนการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนไทย (บจ.) ในงาน Thailand Focus ที่จะจัดขึ้นเร็ว ๆ นี้ เพื่ออัปเดตให้นักลงทุนเห็นภาพรวมและเป้าหมายที่ชัดเจนในรอบ 6 เดือนแรก แม้ในปัจจุบันจะยังรอรายละเอียดที่ชัดเจนเกี่ยวกับโครงการกองทุนโครงสร้างพื้นฐานใหม่ ๆ แต่ ตลท. มั่นใจว่าหากมีการออกแบบโครงสร้างกองทุนที่ดึงดูดใจจะเป็นโอกาสทองของนักลงทุนในภาวะที่ตลาดโลกมีความผันผวน