The Standard
กองทัพภาคที่ 2 แจงเหตุเสียงระเบิดชายแดนศรีสะเกษ คาดกัมพูชาทำเหมือง-สัตว์เหยียบกับระเบิด ยันไทยไม่ได้ใช้อาวุธ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
วันนี้ (22 มิถุนายน) กองทัพภาคที่ 2 ชี้แจงกรณีมีการกล่าวอ้างเกี่ยวกับเหตุเสียงระเบิดบริเวณพื้นที่ห้วยตามาเรีย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ในช่วงเวลาประมาณ 05.50 น. ของวันเดียวกัน โดยมีการระบุว่าเสียงดังกล่าวอาจเกิดจากการใช้อาวุธของฝ่ายไทย
Key facts
- วันนี้ (22 มิถุนายน) กองทัพภาคที่ 2 ชี้แจงกรณีมีการกล่าวอ้างเกี่ยวกับเหตุเสียงระเบิดบริเวณพื้นที่ห้วยตามาเรีย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ในช่วงเวลาประมาณ 05.50 น. ของวันเดียวกัน
- กองทัพภาคที่ 2 เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับหน่วยทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ พบว่ากำลังพลได้ยินเสียงระเบิดจำนวน 3 ครั้งในช่วงเวลาเดียวกัน อย่างไรก็ตาม จากลักษณะและทิศทางของเสียง
- กองทัพภาคที่ 2 ย้ำว่า การระบุชนิดอาวุธหรือกล่าวอ้างถึงแหล่งที่มาของเสียงระเบิดโดยอาศัยเพียงการคาดการณ์ อาจนำไปสู่ความเข้าใจคลาดเคลื่อนและส่งผลกระทบต่อบรรยากาศความสัมพันธ์บริเวณแนวชายแดน
- พร้อมกันนี้ กองทัพภาคที่ 2 ยืนยันว่าการปฏิบัติหน้าที่ของกำลังพลทุกนายเป็นไปด้วยความยับยั้งชั่งใจ ภายใต้กรอบกฎหมาย หลักสากล และข้อตกลงที่เกี่ยวข้อง โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับการรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ชายแดน
Summary
กองทัพภาคที่ 2 ย้ำว่า การระบุชนิดอาวุธหรือกล่าวอ้างถึงแหล่งที่มาของเสียงระเบิดโดยอาศัยเพียงการคาดการณ์ อาจนำไปสู่ความเข้าใจคลาดเคลื่อนและส่งผลกระทบต่อบรรยากาศความสัมพันธ์บริเวณแนวชายแดน จึงยึดหลักการนำเสนอข้อมูลที่ผ่านการตรวจสอบและสามารถยืนยันได้ด้วยพยานหลักฐานที่น่าเชื่อถือ
กองทัพภาคที่ 2 เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับหน่วยทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ พบว่ากำลังพลได้ยินเสียงระเบิดจำนวน 3 ครั้งในช่วงเวลาเดียวกัน อย่างไรก็ตาม จากลักษณะและทิศทางของเสียง มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าแหล่งกำเนิดเสียงดังกล่าวมาจากพื้นที่ควบคุมของฝ่ายกัมพูชา และไม่ปรากฏหลักฐานหรือรายงานว่าหน่วยทหารไทยได้มีการใช้อาวุธหรือดำเนินการใดที่เป็นสาเหตุของเหตุการณ์ดังกล่าว
ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 2 ระบุว่า พื้นที่ชายแดนบริเวณดังกล่าวเคยมีรายงานการได้ยินเสียงระเบิดเป็นครั้งคราวมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย อาทิ การใช้วัตถุระเบิดเพื่อกิจกรรมด้านการก่อสร้างหรือทำเหมืองหิน รวมถึงกรณีสัตว์ป่าเหยียบกับระเบิดที่ยังตกค้างอยู่ในพื้นที่ฝั่งกัมพูชา จึงยังไม่สามารถสรุปสาเหตุที่แท้จริงได้จนกว่าจะมีการตรวจสอบอย่างรอบด้าน