The Standard
SCB EIC เผยยอดเปิดขายบ้านใหม่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลลดลงเกือบครึ่ง เหลือ 5.1 หมื่นหน่วยต่อปี แต่อุปทานยังล้นตลาด ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 4 ปี เพื่อระบายสต็อก
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
SCB EIC เผยจำนวนหน่วยที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลลดลงมาอยู่ที่เฉลี่ย 51,472 หน่วยต่อปี ระหว่างปี 2567 – 2568 ที่ผ่านมา น้อยลงเกือบครึ่งหนึ่งจากช่วงปี 2559 – 2566 จากกำลังซื้อที่ลดลง หนี้ครัวเรือนสูง รวมทั้งประชากรวัยแรงงานที่ลดลง คาดใช้เวลา 4 ปีขึ้นไป ในการระบายสต็อก
Key facts
- SCB EIC เผยจำนวนหน่วยที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลลดลงมาอยู่ที่เฉลี่ย 51,472 หน่วยต่อปี ระหว่างปี 2567 – 2568 ที่ผ่านมา น้อยลงเกือบครึ่งหนึ่งจากช่วงปี 2559 – 2566 จากกำลังซื้อที่ลดลง หนี้ครัวเรือนสูง
- ในระยะที่ผ่านมา จํานวนประชากรเกิดใหม่ในไทยลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2567 จำนวนประชากรอายุต่ำกว่า 15 ปีลดลงมาอยู่ที่ 9.6 ล้านคน จากจำนวน 11.7 ล้านคนในปี 2557 หรือคิดเป็นอัตราการหดตัวที่เฉลี่ย -2% ต่อปี (CAGR)
- SCB EIC คาดว่า หน่วยที่อยู่อาศัยเหลือขายสะสมในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ณ ปลายปี 2569 จะยังคงอยู่ในระดับสูงที่ 2.13 แสนหน่วย โดยตั้งแต่ปี 2023 เป็นต้นมา กรณีที่ไม่มีที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่เพิ่มเติม ต้องใช้เวลา 4 ปีขึ้นไปในการระบายสต็อก
- นอกจากนี้ ข้อมูลจาก REIC ระบุว่า ในไตรมาสที่ 1 ปี 2567 มีหน่วยที่อยู่อาศัยประกาศขายทั่วประเทศอยู่ที่ราว 1.25 แสนหน่วย และมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องแตะระดับ 2.26 แสนหน่วยในไตรมาสที่ 4 ปี 2568 หรือในระยะ 2 ปีที่ผ่านมา
- แม้ว่าในช่วงปี 2024-2025 ผู้ประกอบการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยจะปรับตัวโดยชะลอการเปิดโครงการใหม่ลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยหน่วยที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่ลดลงมาเฉลี่ยอยู่ที่ 51,472 หน่วยต่อปี
- คนวัยทำงานที่เป็นกำลังซื้อหลัก ลดลงต่อเนื่อง
Summary
การเปิดโครงการที่อยู่อาศัยใหม่อยู่ในระดับสูง โดยหน่วยที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเฉลี่ยสูงถึง 100,647 หน่วยต่อปี ขณะที่จำนวนหน่วยที่อยู่อาศัยขายได้ยังอยู่ระดับต่ำกว่าหน่วยที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่ค่อนข้างมากเฉลี่ยอยู่ที่ 92,615 หน่วยต่อปี สะท้อนถึงการพัฒนาโครงการที่มากกว่าความต้องการซื้อจริง
แม้ว่าในช่วงปี 2024-2025 ผู้ประกอบการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยจะปรับตัวโดยชะลอการเปิดโครงการใหม่ลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยหน่วยที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่ลดลงมาเฉลี่ยอยู่ที่ 51,472 หน่วยต่อปี แต่ความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยยังไม่สามารถฟื้นตัวไปตามข้อจำกัดด้านกำลังซื้อ หนี้ครัวเรือนระดับสูง รายได้ชะลอตัว และความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย อีกทั้ง ยังถูกซ้ำเติมจากค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้นจากสงครามตะวันออกกลาง ที่กดดันให้กำลังซื้อที่อยู่อาศัยฟื้นตัวช้าออกไป
คนวัยทำงานที่เป็นกำลังซื้อหลัก ลดลงต่อเนื่อง