Matichon
กรอ. นัดแรก ‘รัฐ-เอกชน’ ตั้งเป้า 12 ปีขึ้นสู่ปท.รายได้สูง แข่งขันท็อป 20 โลก-ศก.โต 3% พลัส
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าวยืนยัน
กรอ. นัดแรก รัฐ-เอกชน ประสานเสียงตั้งเป้า 12 ปีขึ้นแท่นประเทศรายได้สูง ตั้งเป้าปี 73 ยกระดับขีดแข่งขันติด TOP 20 โลก เศรษฐกิจโต 3% พลัส
Key facts
- กรอ. นัดแรก รัฐ-เอกชน ประสานเสียงตั้งเป้า 12 ปีขึ้นแท่นประเทศรายได้สูง ตั้งเป้าปี 73 ยกระดับขีดแข่งขันติด TOP 20 โลก เศรษฐกิจโต 3% พลัส
- เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง แถลงผลการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ว่า วันนี้เป็นการประชุมครั้งแรก
- ประสิทธิภาพภาครัฐ มีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ เป็นประธานขับเคลื่อน ซึ่งจะเป็นการปลดล็อคอุปสรรคภาครัฐทั้งหมด มีทั้ง digital government การทำให้การทำธุรกิจง่ายขึ้นเพิ่มความโปร่งใสการปราบคอร์รัปชั่น ปรับโครงสร้างภาครัฐ และบริหารทรัพย์สินสาธารณะ
- การค้าและบริการ มีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ เป็นประธานขับเคลื่อน เน้นการเป็น tourism and wellness hub, เกษตร และ food security hub, เศรษฐกิจสร้างสรรค์, ค้าส่งค้าปลีก โดยเฉพาะในชุมชนไม่ใช่โตที่กรุงเทพอย่างเดียว และนายกฯ ให้ความสำคัญที่เราเป็นจุดแข็งคือ การค้าระหว่างประเทศ ก็ต้องเร่งทำ FTA
- ทุนมนุษย์ มีนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และ รมว.อุดมศึกษา วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานขับเคลื่อน ในเรื่องของการวิจัย นวัตกรรม การศึกษา โดยเฉพาะวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกร คณิตศาสตร์ การยกระดับแรงงาน นวัตกรรมต่างๆ สตาร์ต up การยกระดับทักษะ upskill reskill และองค์ความรู้เรื่อง ai
- นายเอกนิติ ย้ำว่า วันนี้สัดส่วนการลงทุนไทยต่อจีดีพีอยู่ที่ 22% โดยตั้งเป้าจะทำให้ได้ใกล้เคียง 30% ซึ่งตัวนี้เป็นตัวชี้วัดที่ทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างชัดเจน ส่วนข้อจำกัดทางการคลัง ยืนยันไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการลงทุนขนาดใหญ่
Summary
เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง แถลงผลการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ว่า วันนี้เป็นการประชุมครั้งแรก หัวใจสำคัญคือหลังจากนายกฯ และคณะรัฐมนตรี รับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชนที่ได้รวบรวมมา เพื่อกำหนดเป้าหมายและแนวทางในการยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจไทย สิ่งแรกที่คณะ กรอ. สรุปคือ ต้องเซ็ตเป้าหมายให้ชัด มีระยะยาว ระยะปานกลางและระยะสั้น
โดยระยะยาว ตั้งเป้าจะก้าวสู่การเป็นประเทศรายได้สูงภายใน 12 ปี เพื่อให้เป็นประเทศ high income country (ประเทศที่มีรายได้สูง) ได้ภายใน 12 ปี / ระยะปานกลาง รัฐบาลจะยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันให้อยู่ในท็อป 20 แรกของโลก ภายในปี 2573 ซึ่งเป็นสิ่งจับต้องได้ และยกระดับศักยภาพการแข่งขัน เรียกว่าศักยภาพเศรษฐกิจ 3% พลัส ซึ่งไม่ใช่อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่คือศักยภาพการแข่งขันของประเทศ ซึ่งตอนนี้อยู่ที่ประมาณ 2.7% เราจะยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจไทยให้เป็น 3% พลัสภายในปี 2573
โดยการประชุม กรอ. วันนี้ จะขับเคลื่อนด้วยวิธีเวิร์ค เหมือนแข่งบอลโลก ซึ่งภาครัฐกับเอกชนจะร่วมกันจัดทำเป้าหมายเดียวกัน ทำงานด้วยกัน มีกองหน้า กองกลาง และกองหลัง โดยกองหลัน จะย้ำเน้นที่วินัยการคลังและรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจ เพื่อให้นักลงทุนมีความเชื่อมั่น มีภูมิคุ้มกันเพียงพอจากโลกที่ผันผวน และวันนี้เราพิสูจน์แล้วว่าในช่วง 7-8 เดือนที่ผ่านมา การที่เรายึดวินัยการเงินการคลัง รักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจ ประเทศไทยจึงยังเข้มแข็งอยู่ เพราะฉะนั้นสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือต่างๆ