Matichon
เฉลิมพงศ์ ชี้ ส่วยภูเก็ตฝังรากลึก ผู้ประกอบการโอดทุกวันนี้ยังถูกเรียกเก็บ แฉ 2นอภ.ถูกสอบ ย้ายกลับแล้ว
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เมื่อเวลา 10.10 น. วันที่ 22 มิถุนายน ที่รัฐสภา นายเฉลิมพงศ์ แสงดี ส.ส.ภูเก็ต พรรคประชาชน แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เงา ครั้งที่ 7 ถึงกรณีการโยกย้ายข้าราชการในพื้นที่ภูเก็ต และการลงพื้นที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยว่า วันนี้ปัญหาของจังหวัดภูเก็ต ไม่ใช่แค่การย้ายผู้ว่าราชการจังหวัด หรือรองผู้ว่าฯ และย้ายผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 แต่มันส่อถึงระบอบสีน้ำเงินที่พยายามหยั่งรากลึกในพื้นที่ ซึ่งจังหวัดภูเก็ตไม่ใช่แค่ปัญหารายบุคคล
Key facts
- เมื่อเวลา 10.10 น. วันที่ 22 มิถุนายน ที่รัฐสภา นายเฉลิมพงศ์ แสงดี ส.ส.ภูเก็ต พรรคประชาชน แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เงา ครั้งที่ 7 ถึงกรณีการโยกย้ายข้าราชการในพื้นที่ภูเก็ต และการลงพื้นที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยว่า
- นายเฉลิมพงศ์ กล่าวต่อว่า ตนได้กลับลงไปในพื้นที่ ก็มีพี่ตำรวจที่เคารพโทรศัพท์มาเตือนว่าให้ระวังตัว ซึ่งคำพูดสั้นๆ มันไม่ใช่เรื่องปกติ แต่หมายถึงภาพสะท้อนของผู้มีอิทธิพลที่ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย และตำรวจที่เคารพรักได้บอกว่า
- หากท่านทำงานรับใช้ในเรื่องของระบอบ ก็จะส่งก่อนกำหนดวันที่ 24 มิถุนายนนี้ ซึ่งเรียกตัวเข้ามาสอบเพียงหนึ่งเดือน และถูกส่งตัวกลับก่อน 2 คน และอีกไม่นายอำเภอเมือง ก็จะได้รักษาราชการปลัดจังหวัดภูเก็ตวันที่ 24 มิถุนายน ซึ่งอยากให้ทุกคนจับตาดูว่า
- นายเฉลิมพงศ์ กล่าวด้วยว่า สิ่งที่พวกท่านต้องทำคือ ไปรวบรวมรายชื่อผู้มีอิทธิพล ซึ่งกระทรวงมหาดไทยมีรายชื่อของจำนวนประชากรประเทศไทยอยู่แล้ว เชื่อว่ากระทรวงมหาดไทยมีข้อมูลดีว่า ผู้ใดเป็นผู้มีอิทธิพล ผู้ใดเป็นผู้บุกรุกพื้นที่ชายหาดสาธารณะ
Summary
นายเฉลิมพงศ์ กล่าวต่อว่า ตนได้กลับลงไปในพื้นที่ ก็มีพี่ตำรวจที่เคารพโทรศัพท์มาเตือนว่าให้ระวังตัว ซึ่งคำพูดสั้นๆ มันไม่ใช่เรื่องปกติ แต่หมายถึงภาพสะท้อนของผู้มีอิทธิพลที่ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย และตำรวจที่เคารพรักได้บอกว่า เบื้องลึกเบื้องหลังก็มีเรื่องของอำนาจ เรื่องของการเมือง และผลประโยชน์ในพื้นที่ที่แอบแฝงอยู่ ซึ่งเป็นผลประโยชน์มหาศาล มีความเชื่อมโยงกับข้าราชการระดับสูงที่มารีดไถประชาชนจนถึงนักธุรกิจ และผู้ประกอบการก็เริ่มบ่น เริ่มเบื่อ ในเรื่องของการจ่าย
นายเฉลิมพงศ์ กล่าวด้วยว่า สิ่งที่พวกท่านต้องทำคือ ไปรวบรวมรายชื่อผู้มีอิทธิพล ซึ่งกระทรวงมหาดไทยมีรายชื่อของจำนวนประชากรประเทศไทยอยู่แล้ว เชื่อว่ากระทรวงมหาดไทยมีข้อมูลดีว่า ผู้ใดเป็นผู้มีอิทธิพล ผู้ใดเป็นผู้บุกรุกพื้นที่ชายหาดสาธารณะ เพราะเรื่องของคดีความมีก่อนหน้านี้แล้ว แต่ทำไมถึงไม่เร่งรัดเรื่องการปราบปราม แต่กลับประวิงเวลา ให้ผู้ประกอบการเหล่านั้นยังสามารถทำมาหากินได้ ซึ่งสิ่งที่รัฐบาลต้องทำ ไม่ใช่การแสดงเชิงสัญลักษณ์ ต้องเน้นไปที่เรื่องการตรวจสอบโครงข่ายผู้มีอิทธิพล
“แต่วันนี้กลับทำให้ผู้ประกอบการที่โดนกดทับในพื้นที่ เริ่มรู้สึกไม่ปลอดภัยรวมไปถึงผม ซึ่งปัญหาเรื่องของส่วยในภูเก็ต ไม่ใช่แค่เรื่องของเงินใต้โต๊ะ แต่กำลังทำลายระบบเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ต ทำลายผู้ประกอบการที่ทำมาหากินอย่างสุจริต และโอกาสของนักลงทุนที่จะมาลงทุนในจังหวัดภูเก็ตก็ไม่มีความน่าเชื่อถือ รวมถึงนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในจังหวัดภูเก็ตก็รู้สึกไม่ปลอดภัย” นายเฉลิมพงศ์ กล่าว