Prachachat
ทุบสถิติหมื่นล้าน! ‘Toy Story 5’ การ์ตูนเด็กที่แฝงภาพสะท้อนสังคม-ผู้คนยุค AI
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา วาไรตี้ (VARIETY) สื่อบันเทิงและธุรกิจของสหรัฐอเมริกา ระบุ บ็อกซ์ออฟฟิศทั่วโลกต้องสั่นสะเทือนอีกครั้งเมื่อ ‘Toy Story 5’ จากค่ายขวัญใจเด็กๆ อย่าง Disney/Pixar ทะยานเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ด้วยรายได้ในอเมริกาเหนือสูงถึง 160 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 5,260 ล้านบาท และกวาดเงินจากตลาดต่างประเทศไปอีก 152 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 5,200 ล้านบาท
Key facts
- ส่งผลให้ยอดรวมการเปิดตัวทั่วโลก (Global Debut) พุ่งกระฉูดถึง 312 ล้านเหรียญสหรัฐ แปลงเป็นเงินไทยกลมๆ มูลค่าสูงถึง 10,260 ล้านบาท! ทุบสถิติและสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่อย่างงดงาม แถมยังพ่วงคะแนน Rotten Tomatoes สูงลิ่วถึง 94%
- บ็อกซ์ออฟฟิศทั่วโลกต้องสั่นสะเทือนอีกครั้งเมื่อ ‘Toy Story 5’ จากค่ายขวัญใจเด็กๆ อย่าง Disney/Pixar ทะยานเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ด้วยรายได้ในอเมริกาเหนือสูงถึง 160 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 5,260 ล้านบาท และกวาดเงินจากตลาดต่างประเทศไปอีก 152
- ผู้ชมที่เป็นผู้ใหญ่จำนวนมากที่ยอมควักเงินซื้อตั๋ว จนทำให้หนังเปิดตัวสัปดาห์แรกไปมากกว่า 10,000 ล้านบาท อาจไม่ได้เข้าไปเพื่อชื่นชมความสนุกสนานจากการ์ตูนในวัยเด็กของพวกเขาเพียงอย่างเดียว แต่ลึกๆ
- ‘Brothers Grimm’ เมื่อการ์ตูนเด็กไม่เคยเป็นแค่เรื่องของเด็ก
- เมื่อ ‘ของเล่นดั้งเดิม’ เปรียบเหมือน ‘มนุษย์ออฟฟิศ’
- เกือบ 31 ปีต่อมาในวันนี้ ภาพยนตร์ภาค 5 มีกระแสวิจารณ์ที่ฮิตระเบิดด้วยคะแนนสูงถึง 94% จาก Rotten Tomatoes ทั้งฝั่งนักวิจารณ์และผู้ชมต่างก็กำลังตั้งคำถามตัวโตๆ กับพวกเราทุกคนในโลกความจริงว่า
Summary
ส่งผลให้ยอดรวมการเปิดตัวทั่วโลก (Global Debut) พุ่งกระฉูดถึง 312 ล้านเหรียญสหรัฐ แปลงเป็นเงินไทยกลมๆ มูลค่าสูงถึง 10,260 ล้านบาท! ทุบสถิติและสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่อย่างงดงาม แถมยังพ่วงคะแนน Rotten Tomatoes สูงลิ่วถึง 94% ทั้งฝั่งนักวิจารณ์และคนดู ท่ามกลางกระแสการกอดคอทำเงินของหนังสยองขวัญอย่าง Obsession และ Backrooms ที่พากันทะลุ 300 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราวๆ 9,800 ล้านบาท ในระยะเวลาสัปดาห์แรกเช่นกัน
บทความวิเคราะห์จาก Fast Company ระบุว่า หากย้อนมองประวัติศาสตร์ นิทานปรัมปรา หรือเทพนิยายในอดีตเคยเป็นเรื่องที่น่ากลัว ก่อนที่จะถูกปรับเปลี่ยนให้ดูสดใสตามสไตล์ดิสนีย์ ที่ต้องน่ากลัวเพราะมันถูกออกแบบมาเพื่อสอนให้เด็กๆ ได้เรียนรู้และระมัดระวังเกี่ยวกับแง่มุมที่อันตรายของโลกใบนี้
ซึ่งภาพยนตร์แอนิเมชันภาคล่าสุดของ Toy Story ก็เข้าฉายในช่วงเวลาที่ข้อถกเถียงเกี่ยวกับเทคโนโลยี เวลาที่เราใช้อยู่กับหน้าจอแสงสีฟ้า และอนาคตของคนทำงานกำลังดุเดือดและร้อนแรงที่สุดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน