Bangkok Today
ข้อตกลงยุติสงคราม แค่ซ่อนความขัดแย้ง
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 5 outlets. See llms.txt for citation guidance.
KHAO Verified
สหรัฐอเมริกาเ ปิดฉากทำสงครามกับ อิหร่าน เพราะเชื่อข้อมูลจาก อิสราเอล ว่ารู้พิกัดซ่อนตัวของผู้นำอิหร่าน แค่ยิงขีปนาวุธใส่ไม่กี่ลูกก็สามารถกำจัดแกนนำได้ สามารถปลุกการปฏิวัติจากภายในอิหร่านเพื่อโค่นล้มระบอบการปกครองเดิมได้และจะจบสงครามได้ในเวลาอันรวดเ
Key facts
- ตอนแรกออกข่าวใหญ่โตว่านัดจะลงนามกันที่กรุงเจนีวา สวิสเซอร์แลนด์ ในวันที่ 19 มิถุนายน 2026 แต่สไตล์ทรัมป์ชอบแหกกฎเล่นใหญ่โชว์พราว รื้อกำหนดการเดิมรีบลงนามอิเล็กทรอนิกส์กลางโต๊ะอาหารมื้อค่ำของสมาชิก G7 ที่พระราชวังแวร์ซาย กรุงปารีส ฝรั่งเศส
- ในทางประวัติศาสตร์ อิหร่านเป็นประเทศที่มีประสบการณ์การรับมือกับแรงกดดันจากภายนอกมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่สงครามอิหร่าน-อิรักในทศวรรษ 1980 การถูกคว่ำบาตรจากชาติตะวันตก รวมถึงการลอบสังหารบุคคลสำคัญทางทหารและวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์
- ข้อตกลง 14 ข้อ มีอะไรบ้าง เช่น ยุติการปฏิบัติการทางทหารอย่างถาวรทุกแนวรบ(รวมถึงเลบานอน) การเคารพไม่แทรกแซงกิจการภายในของกันและกัน ขยายกรอบเวลาการหยุดยิงเพื่อบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายภายใน 60 วัน ยกเลิกการปิดล้อมทางทะเล เปิดช่องแคบฮอร์มุซ
- อีกประเด็นหนึ่งที่ไม่สามารถมองข้ามได้คือบทบาทของ“ อิสราเอล ”ภายใต้การนำของประธานาธิบดี เบนจามิน เนทันยาฮู เพราะแม้สหรัฐฯ และอิหร่านจะลงนามในข้อตกลงแล้ว แต่อิสราเอลไม่ได้เป็นภาคีของข้อตกลงดังกล่าว
Summary
แต่ทฤษฎีสมคมคิดนั้นไม่ง่ายเมื่อลงมือปฏิบัติ เพราะอิหร่านนั้นเตรียมตัวมาดียาวนาน4ทศวรรษสำหรับการทำศึกกับภายนอก ยิ่ง โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯแสดงความฮึกเหิมในช่วงแรกประกาศจะล้างอารยธรรมอิหร่าน ก็ยิ่งเป็นการเติมเชื้อไฟในใจให้กองทัพอิหร่านยอมสู้อย่างถวายหัวทั้งๆที่รู้ว่าไม่มีวันชนะสองกองทัพที่สุมหัว แต่ก็สามารถตอบโต้ตีกลับสร้างความเสียหายให้กับศัตรู ทำให้สงครามมีความยืดเยื้อกว่าซึ่งหมายถึงการเพิ่มต้นทุนแก่เศรษฐกิจและการเมืองของสหรัฐฯและอิสราเอล
ในทางประวัติศาสตร์ อิหร่านเป็นประเทศที่มีประสบการณ์การรับมือกับแรงกดดันจากภายนอกมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่สงครามอิหร่าน-อิรักในทศวรรษ 1980 การถูกคว่ำบาตรจากชาติตะวันตก รวมถึงการลอบสังหารบุคคลสำคัญทางทหารและวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ ความกดดันเหล่านี้กลับสร้างวัฒนธรรมแห่งการพึ่งพาตนเองและทำให้สังคมอิหร่านพัฒนาเครือข่ายป้องกันประเทศที่เข้มแข็ง ดังนั้นแนวคิดที่ว่าการโจมตีทางทหารเพียงระยะสั้นจะสามารถทำให้รัฐบาลเตหะรานล่มสลายได้ จึงอาจเป็นการประเมินสถานการณ์ที่ตื้นเขินเกินไป
เมื่อต้องรบแบบไม่รู้จบ สุดท้ายทรัมป์ผู้ทำตัวใหญ่คับโลกต้องยอมรับว่าไม่มีประโยชน์ที่จะรบต่อไป เพราะไม่อาจเข้าครอบครองทรัพยากรของอิหร่านได้อย่างที่หวัง ไม่ได้ทั้งน้ำมัน ไม่ได้ยูเรเนียม ไม่ได้ช่องแคมฮอร์มุซ แถมยังเจอแรงกดดันจากการเมืองภายในสหรัฐฯเองกับการเลือกตั้งกลางเทอมที่ใกล้เข้ามา ทำให้ต้องหาทางลงจากอิหร่านด้วยการเร่งทำข้อตกลงยุติสงคราม