MGR Online
“ลูกหมี” เต้นลงมาจากศาล ชนะคดี “ปู มัณฑนา” อีกแล้ว ปูแพ้รวด 5 คดี (คลิป)
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ฟ้องร้องกันหลายคดีจนเป็นมหากาพย์ข้ามปี ล่าสุด เวลา 09.00 น. วันนี้ (22 มิถุนายน 2569) ศาลอาญากรุงเทพใต้ นัดฟังคำพิพากษาคดีที่ “ลูกหมี รัศมี ทองสิริไพรศรี” เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง “ปู มัณฑนา หิมะทองคำ” เป็นจำเลย ในข้อหาแจ้งความเท็จและหมิ่นประมาท โดยลูกหมีเด
Key facts
- ซึ่งอันนี้เขามาต่อสู้ในคดีเดิมๆ บอกว่าลูกหมีปล่อยเงินกู้ผิดกฎหมาย ใน 2 ล้านบาทเนี่ย เงินกู้มันมีแค่ 1.4 ล้าน แต่ในอีก 5 แสนกว่าเป็นดอกเบี้ยเกินกว่ากฎหมายกำหนด
- ซึ่งทางเราก็ฟ้องคดีแพ่ง ศาลก็ตัดสินแล้วว่า 2 ล้านบาทไม่มีดอกเบี้ยผิดกฎหมายอยู่เลย ก็ชนะมา ส่วนคดีฉ้อโกงที่เขากล่าวอ้างว่าลูกหมีปล่อยเงินกู้ผิดกฎหมาย เขาก็นำสืบไม่ได้ เรามีหลักฐานแชตไลน์เหมือนเดิม ว่าเขาชักชวนให้ลงทุน ให้ปันผลยังไงบ้าง
- ต่อมาหลังจากที่ศาลแพ่งตัดสินว่าเราชนะ เขารู้อยู่แล้วว่าในเงินใน 2 ล้านบาท ไม่มีดอกเบี้ยผิดกฎหมายอยู่เลย ยังไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ มาบอกว่าลูกหมีปล่อยเงินกู้ แล้วก็บรรยายละเอียดหยิบเลย ให้ดำเนินคดีลูกหมี
- ซึ่งก็รอลงอาญา 2 ปี แล้วมีคดีที่ทนายกุ้งฟ้อง จำคุก 2 ปี ปรับอีก 8 หมื่นบาท และต้องลงขอโทษออกสื่อด้วย แต่ตอนนี้ยังไม่เห็นโฆษณาสื่อ แล้วค่าปรับก็ยังขยายเวลาอยู่ ยังไม่ได้จ่ายด้วย ส่วนคดีวันนี้ เขาต้องเอาตัวออกจากห้องขังก่อน
- ตอนนี้ก็สบายใจมาเรื่อยๆ ค่ะ แต่คดีมันยังไม่จบค่ะ อีกหลายปีแน่นอน เพราะว่าไหนจะหมิ่นประมาทเดือนสิงหาคม ไหนจะคดีในชั้นโรงพักอีก 2 คดี คือเต็มที่แน่นอนค่ะ เพราะเป้าหมายของเราตั้งแต่วันแรก คือ เราต้องการเงิน 2 ล้านคืนแค่นั้นเอง
- เริ่มต้นที่มาฟ้องคดีนี้ เนื่องจากว่าทางคุณปูไปแจ้งความกับตำรวจ บอกว่าลูกหมีปล่อยเงินกู้ผิดกฎหมาย เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ดอกเบี้ยเดือนประมาณ 40-50% ปีหนึ่งก็ 1,000 กว่าเปอร์เซ็นต์ ไอ้ที่เขาบรรยายมา
Summary
ฟ้องร้องกันหลายคดีจนเป็นมหากาพย์ข้ามปี ล่าสุด เวลา 09.00 น. วันนี้ (22 มิถุนายน 2569) ศาลอาญากรุงเทพใต้ นัดฟังคำพิพากษาคดีที่ “ลูกหมี รัศมี ทองสิริไพรศรี” เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง “ปู มัณฑนา หิมะทองคำ” เป็นจำเลย ในข้อหาแจ้งความเท็จและหมิ่นประมาท โดยลูกหมีเดินทางมาที่ศาลพร้อมด้วย “ทนายกุ้ง อำนวยพร มณีวรรณ์” ซึ่งเป็นทนายความส่วนตัว และ “ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์”