Krungthep Turakij
สต็อกบ้านพุ่ง2.13 แสนหน่วยกำลังซื้อหด-คนเกิดน้อยเสี่ยงบ้านว่างซ้ำรอยญี่ปุ่น
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ครั้งหนึ่ง การมีบ้านคือความฝันของคนวัยทำงาน และเป็นเครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจไทยแต่วันนี้ ไทยกำลังเผชิญปรากฏการณ์ตรงกันข้ามบ้านสร้างเพิ่มขึ้นทุกปี ขณะที่คนซื้อกลับน้อยลงเรื่อย ๆคำถามสำคัญจึงไม่ใช่ จะขายบ้านอย่างไร แต่คือ อีก 10 ปีข้างหน้า จะมีคนซื้อ
Key facts
- ปัจจุบัน ญี่ปุ่นมีบ้านว่างมากกว่า 9 ล้านหลัง
- อสังหาริมทรัพย์ กำลังหดตัวลงอย่างต่อเนื่องจากสัดส่วน 68% ของประชากรทั้งประเทศในปี 2558เหลือ 64% ในปัจจุบันและมีแนวโน้มลดลงเหลือเพียง 58% ภายในปี 2583 นั่นหมายความว่า คนที่มีศักยภาพซื้อบ้านกำลังลดลงในขณะที่บ้านยังถูกสร้างเพิ่มขึ้น
- เมื่อไม่นานมานี้ ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ไทยต่างแข่งขันเปิดโครงการใหม่อย่างคึกคักคอนโดมิเนียม บ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม ผุดขึ้นทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑลในช่วงปี 2559 - 2566 มีที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่เฉลี่ยมากกว่า 100,000 หน่วยต่อปี
- คิดเป็นราว 14% ของที่อยู่อาศัยทั้งหมดผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์จำนวนมากจึงต้องเปลี่ยนธุรกิจจากการขายบ้านสู่การสร้างรายได้จากการปล่อยเช่า และบริการดูแลผู้สูงอายุแบบครบวงจร
- วันนี้ หากไม่มีการเปิดโครงการใหม่เพิ่มเติมเลย ตลาดที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ และปริมณฑลอาจต้องใช้เวลามากกว่า 4 ปีในการระบายสต็อกทั้งหมดนานกว่าช่วงก่อนปี 2023 ที่ใช้เวลาเพียงประมาณ 2 ปีนี่คือสัญญาณว่า ตลาดกำลังเข้าสู่ภาวะ "Oversupply"
- SCB EIC ประเมินว่า สิ้นปี 2569กรุงเทพฯ และปริมณฑลจะยังมีบ้านเหลือขายสะสมกว่า 213,000 หน่วยซึ่งถือเป็นระดับสูงที่สุดระดับหนึ่งในรอบหลายปี
Summary
ขณะที่ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจทำให้หลายครอบครัวเลือกชะลอการตัดสินใจซื้อบ้านผลลัพธ์คือ บ้านยังคงค้างอยู่ในตลาดจำนวนมาก
ทว่ายอดขายจริงกลับตามไม่ทันความต้องการซื้อเฉลี่ยอยู่เพียง 92,000 หน่วยต่อปีตัวเลขที่ดูเหมือนต่างกันไม่มาก กลับสะสมเป็น "สต็อกส่วนเกิน" มหาศาลตลอดหลายปีที่ผ่านมาและเมื่อเศรษฐกิจชะลอตัว ปัญหาที่ซ่อนอยู่ก็เริ่มปรากฏชัดขึ้น
วันนี้ หากไม่มีการเปิดโครงการใหม่เพิ่มเติมเลย ตลาดที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ และปริมณฑลอาจต้องใช้เวลามากกว่า 4 ปีในการระบายสต็อกทั้งหมดนานกว่าช่วงก่อนปี 2023 ที่ใช้เวลาเพียงประมาณ 2 ปีนี่คือสัญญาณว่า ตลาดกำลังเข้าสู่ภาวะ "Oversupply" แม้ผู้ประกอบการจะเริ่มชะลอการเปิดโครงการใหม่ลงอย่างมาก