← Back to KHAO

‘B20-E20’ พลิกวิกฤตน้ำมันแพง หนุนไทยสร้างความยั่งยืนด้านพลังงาน

6 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.

◌ Single Source

ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตพลังงานโลก ที่ร้อนระอุและอยู่ในสภาวะเปราะบางอย่างถึงที่สุด ตลอดช่วงต้นปี 2026 ชนวนความขัดแย้งและการเผชิญหน้าทางทหารในภูมิภาคตะวันออกกลางระหว่างอิหร่านและสหรัฐอเมริกาได้ยกระดับสู่ความตึงเครียด ซึ่งไม่เพียงสร้างความสั่นสะเทือนในมิติด้านความมั่นคงระดับโลกเท่านั้น แต่ยังส่งแรงกระแทกโดยตรงมายังเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ผ่านวิกฤต “ความไม่มั่นคงทางพลังงาน” ที่กำลังเป็นฝันร้ายของประเทศผู้นำเข้าน้ำมันทั่วโลก การขู่ปิดและเข้าควบคุม “ช่องแคบฮอร์มุซ”

Key facts

Summary

ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตพลังงานโลก ที่ร้อนระอุและอยู่ในสภาวะเปราะบางอย่างถึงที่สุด ตลอดช่วงต้นปี 2026 ชนวนความขัดแย้งและการเผชิญหน้าทางทหารในภูมิภาคตะวันออกกลางระหว่างอิหร่านและสหรัฐอเมริกาได้ยกระดับสู่ความตึงเครียด ซึ่งไม่เพียงสร้างความสั่นสะเทือนในมิติด้านความมั่นคงระดับโลกเท่านั้น แต่ยังส่งแรงกระแทกโดยตรงมายังเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ผ่านวิกฤต “ความไม่มั่นคงทางพลังงาน” ที่กำลังเป็นฝันร้ายของประเทศผู้นำเข้าน้ำมันทั่วโลก การขู่ปิดและเข้าควบคุม “ช่องแคบฮอร์มุซ”

สภาวะมรสุมพลังงานโลกในปัจจุบัน จึงเป็นบททดสอบครั้งสำคัญของประเทศไทยในการบริหารจัดการความเสี่ยง รัฐบาลไทยโดยกระทรวงพลังงานจึงไม่สามารถนิ่งเฉยต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ และได้เร่งประกาศเดินหน้ายุทธศาสตร์เชิงรุกเพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงานฟอสซิลจากพื้นที่ขัดแย้ง พร้อมทั้งเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานภายในประเทศ ด้วยการพลิกวิกฤตราคาพลังงานแพงให้เป็นโอกาสของประเทศ ด้วยการสนับสนุน “เชื้อเพลิงชีวภาพ”

รวมถึงการปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์ของรถบรรทุกขนาดใหญ่และเรือขนส่งสินค้า ให้สามารถรองรับการใช้ B20 โดยไม่มีผลกระทบต่อเครื่องยนต์ การยกระดับศักยภาพของพลังงานทางเลือกอย่างครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำ ถึงปลายน้ำ ดังนั้นการขับเคลื่อนเชื้อเพลิงชีวภาพจึงไม่ใช่แค่ทางรอดจากมรสุมราคาพลังงานโลก แต่คือการสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจฐานราก ที่จะช่วยยกระดับรายได้เกษตรกรไทย พร้อมกับสร้างภูมิคุ้มกันทางพลังงานที่ยั่งยืนให้กับประเทศ

การขับเคลื่อน B20 และ E20 ในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่มาตรการแก้ขัดในยามวิกฤต หากแต่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานเชื้อเพลิงชีวภาพของประเทศ รัฐบาลได้เร่งเพิ่มศักยภาพการผลิตด้วยการนำเทคโนโลยี “เกษตรแม่นยำ” เข้ามาใช้เพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไร่ของพืชพลังงานหลัก ทั้งปาล์มน้ำมัน อ้อย และมันสำปะหลัง โดยไม่มีการขยายพื้นที่เพาะปลูกเพื่อไม่ให้กระทบต่อความมั่นคงทางอาหาร

Read full article at Thai Post →