Post Today
“ทลายคอกม้ารังมังกร อันดับ 3 ปอยเปต” รวบ 10 ผู้ต้องหาไทย-จีน-กัมพูชา
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ACSC ร่วม CIB ทลายเครือข่ายฟอกเงิน "คอกม้ารังมังกร" รวบหัวหน้าฝั่งไทยและล่ามจีนคาโรงแรม ส่วนบอสใหญ่และพวกหนีซุกกัมพูชา พบเงินหมุนเวียนหลักร้อยล้านเร่งขยายผลต่อ
Key facts
- นายกฤตพัฒน์ หรือเฟรม (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี (จับกุมแล้ว) - หัวหน้าเครือข่ายฝั่งไทย ผู้ควบคุมและสร้างคอกม้า รวมถึงบริหารจัดการการฟอกเงิน โดยรับคำสั่งตรงจากบอสจีน
- นายสิทธิ (สงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี (จับกุมแล้ว) - ม้าตัวแทนระดับสูง เป็นผู้ทำธุรกรรมต่าง ๆ ตามคำสั่งนายเฟรม และให้นายเฟรมใช้ชื่อ เอกสาร และบัญชี ในการทำธุรกรรม
- นายพลธวัฒน์ หรืออาเซน (สงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี (จับกุมแล้ว) – เป็นล่ามคอยถ่ายทอดคำสั่ง จาก บอสจีนส่งให้นายเฟรมโดยตรง
- ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการสืบสวนขยายผลอย่างต่อเนื่องจาก ภาค 1 (ทลายปาร์ตี้คอกม้าพูลวิลล่า เมื่อเดือนมกราคม 2569) ที่ตำรวจได้เข้าจับกุมเครือข่ายบัญชีม้า 9 รายที่ตระเวนเก็บเงินสดจากเหยื่อ ซึ่งสร้างความเสียหายรวมกว่า 30 ล้านบาท
- นางสาวณัฐพร (สงวนนามสกุล) อายุ 24 ปี (จับกุมแล้ว) - แฟนของนายพลธวัฒน์ฯ คอยช่วยเหลือ นายพลธวัฒน์ฯ ในการจัดหาบัญชี และอื่น ๆ
- นายจิรายุ หรือเบนซ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 41 ปี (อยู่ระหว่างติดตามตัว) – ลูกน้องคนสำคัญของ นายเฟรม เป็นกรรมการนิติบุคคลม้า เป็นบัญม้าผู้ควบคุมบัญชีม้า ขณะโอนเงิน หรือถอนเงิน โดยมีพฤติการ์เดินทางข้ามไปฝั่งกัมพูชาเพื่อรับคำสั่งจากอาเทา
Summary
5) นายจิรายุ หรือเบนซ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 41 ปี (อยู่ระหว่างติดตามตัว) – ลูกน้องคนสำคัญของ นายเฟรม เป็นกรรมการนิติบุคคลม้า เป็นบัญม้าผู้ควบคุมบัญชีม้า ขณะโอนเงิน หรือถอนเงิน โดยมีพฤติการ์เดินทางข้ามไปฝั่งกัมพูชาเพื่อรับคำสั่งจากอาเทา
ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร. พร้อมคณะผู้บังคับบัญชา แถลงผลปฏิบัติการ “ทลายคอกม้ารังมังกร อันดับ 3 ปอยเปต” กวาดล้างโครงสร้างระดับสั่งการของเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์และขบวนการฟอกเงินข้ามชาติ
โดยผู้ต้องหาที่ 1 – 8 ทั้ง 8 ราย ถูกดำเนินคดีในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่นและร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, ร่วมกันเป็นอั้งยี่, ร่วมกันเป็นซ่องโจร, ร่วมกันฟอกเงินและสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน”