← Back to KHAO
Nation TV
ARTICLE : Operation Epic Fury มหาวิบัติของใคร : ส่องความล้มเหลวของทรัมป์ และรอยร้าวลึกที่สหรัฐฯ ทิ้งไว้ให้พันธมิตร
·5 min read
Compiled by KHAO Editorial
— aggregated from 6 outlets.
See llms.txt for citation guidance.
✓ KHAO Verified
ปฏิบัติการทางทหารที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยคุยโวไว้เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ว่าเป็นหนึ่งในยุทธการที่เข้มข้นที่สุดในประวัติศาสตร์อย่าง "Operation Epic Fury" กำลังถูกสังคมโลกตอกกลับและเรียกขานใหม่ในฐานะ "Operation Epic Disaster" หรือปฏิบัติการมหาวิบัติอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
Key facts
- กระแสความไม่พอใจภายในสหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยผลสำรวจในเดือนพฤษภาคมชี้ว่า ชาวอเมริกันถึง 58% คัดค้านสงครามครั้งนี้ เนื่องจากต้องแบกรับค่าใช้จ่ายเฉลี่ยสูงถึง 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อวัน แม้ทำเนียบขาวจะพยายามเคลมเงื่อนไข
- (ให้อิหร่านส่งมอบยูเรเนียม 430 กิโลกรัมก่อนผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตร) แต่ข้อเสนอดังกล่าวกลับเป็นเงื่อนไขเดิมที่มีอยู่แล้วตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ก่อนเริ่มสงคราม ยิ่งตอกย้ำความสูญเปล่าของเม็ดเงินภาษีประชาชน
- ความเดือดร้อนเริ่มส่งผลต่อคะแนนนิยมของพรรครีพับลิกันในการเลือกตั้งกลางเทอมที่กำลังจะมาถึง แม้ราคาน้ำมันจะเริ่มขยับลดลง แต่ราคาเชื้อเพลิงและอาหารในประเทศจะยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูง ยิ่งไปกว่านั้น ข้อความในอดีตเมื่อปี 2568
- วิกฤตครั้งนี้ทำให้เนแทนยาฮูอยู่ในสถานะที่ย่ำแย่และอ่อนแอลงอย่างมากในการเตรียมตัวเข้าสู่สมรภูมิเลือกตั้งของอิสราเอลที่จะมีขึ้นในเดือนตุลาคมนี้
Summary
แม้ทรัมป์จะใช้เวลาช่วงวันสุดท้ายของการประชุมสุดยอด G7 ณ เมืองตากอากาศเอวีย็อง-เล-แบ็ง (Evian-les-Bains) ของฝรั่งเศส พยายามลดทอนความกังวลของเหล่านานาชาติ แต่เนื้อหาในข้อตกลงความยาวเพียง 1 หน้าครึ่ง กลับเต็มไปด้วยหลักการกว้างๆ และเน้นการจูงใจด้วยเม็ดเงิน มากกว่าการประนีประนอมในประเด็นนิวเคลียร์ ส่งผลให้นักการทูตอาวุโสของยุโรปออกมาประเมินว่า นี่คือชัยชนะในทางจิตวิทยาและการเมืองของฝั่งอิหร่านอย่างแท้จริง
หนึ่งเดือนหลังจากเริ่มเปิดฉากปฏิบัติการ ทรัมป์ได้ออกมาประกาศแสดงความมั่นใจผ่านการปราศรัยถ่ายทอดสดช่วงไพร์มไทม์ว่า สหรัฐฯ กำลังจะยุติภัยคุกคามอันชั่วร้ายของอิหร่านต่ออเมริกาและโลกในไม่ช้า ทว่าในอีกเกือบสองเดือนต่อมา ข้อเท็จจริงที่ปรากฏกลับเป็นการลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MoU) เมื่อคืนวันพุธที่ 17 มิถุนายน เพื่อยุติความขัดแย้ง ซึ่งถูกนักวิเคราะห์มองว่าเป็นดีลที่เอื้อประโยชน์ให้แก่อิหร่าน และห่างไกลจากเป้าหมายดั้งเดิมของทำเนียบขาวอย่างริบหรี่
การเดินเกมยุทธศาสตร์ครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะจุดชนวนให้เกิดกระแสตีกลับต่อสหรัฐฯ จากทั่วทุกมุมโลก แต่เป้าหมายสูงสุดในการบีบบังคับให้อิหร่านยอมจำนนกลับล้มเหลวลงในทุกมิติ