Nation TV
'เอกนิติ' ปลื้ม S&P คงเรตติ้งไทย BBB+ จ่อถก กรอ. นัดแรกจันทร์นี้ ปรับโครงสร้างพื้นฐาน 4 ด้าน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าว
'เอกนิติ' ปลื้ม S&P คงเรตติ้งไทย - IMD เพิ่มขีดแข่งขัน สะท้อนความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจ เสถียรภาพการคลังของประเทศ จ่อถก กรอ. นัดแรกจันทร์นี้ ปรับโครงสร้างพื้นฐาน 4 ด้าน
Key facts
- ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุ
- สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ S&P Global Ratings หรือ S&P ได้ยืนยันคงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยที่ระดับ BBB+ พร้อมมุมมองความน่าเชื่อถือที่ระดับมีเสถียรภาพ ขณะที่สถาบัน International Institute for Management Development หรือ IMD
- หัวใจสำคัญวันนี้ คือผมไม่ได้เน้นเรื่องเศรษฐกิจไทยในระยะสั้นเลย GDP ปีนี้ไม่ใช่เป้าหมาย คือเราต้องทำให้ดีขึ้น ให้โต ให้โตมากกว่า 2% แต่วันนี้หนึ่งในหัวใจสำคัญ คือเราต้องรักษาจุดแข็ง “เรื่องเสถียรภาพ”
- นอกจากนี้ ยังเชื่อมั่นด้านการลงทุนที่ปรับตัวดีขึ้น สอดคล้องกับการดำเนินมาตรการ Thailand FastPass ของ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ
Summary
ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุ สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ S&P Global Ratings หรือ S&P ได้ยืนยันคงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยที่ระดับ BBB+ พร้อมมุมมองความน่าเชื่อถือที่ระดับมีเสถียรภาพ ขณะที่สถาบัน International Institute for Management Development หรือ IMD ได้ปรับอันดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทยดีขึ้น 4 อันดับ มาอยู่ที่อันดับ 26 จากเดิมอันดับ 30 จากทั้งหมดประมาณ 70 ประเทศ โดย IMD ระบุว่า
นอกจากนี้ ยังเชื่อมั่นด้านการลงทุนที่ปรับตัวดีขึ้น สอดคล้องกับการดำเนินมาตรการ Thailand FastPass ของ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ รวมถึงเสถียรภาพของรัฐบาลซึ่งมีส่วนสำคัญที่จะช่วยเอื้อให้เกิดการปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจได้มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม IMD ได้ระบุถึงจุดอ่อนของประเทศที่ต้องเร่งแก้ไข ได้แก่ ด้านโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะการพึ่งพาพลังงานที่ไทยอยู่ในอันดับ 67 ซึ่งการนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในระดับสูงเกือบร้อยละ 10 ของจีดีพี ส่งผลกระทบให้ดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลในช่วงที่ผ่านมา เป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องเร่งปฏิรูป รวมถึงปัญหาด้านประสิทธิภาพและทักษะแรงงาน ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุขและการศึกษาที่ยังมีอันดับไม่ดีนัก