← Back to KHAO

มักกะโรนีผสมไส้กรอก Bovensiepen Zagato

8 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.

◌ Single Source

มักกะโรนีผสมไส้กรอก Bovensiepen Zagato

เป็นที่รู้กันดีในแวดวงยานยนต์ว่า ครอบครัว Bovensiepen เจ้าของแบรนด์เก่าแก่สุดคลาสสิกอายุ 60 ปีอย่าง Alpina ได้มีการขายสิทธิ์ทั้งหมดให้กับ BMW Group ไปเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ปี 2022 หลังจากการเทคโอเวอร์ของ BMW Group ครอบครัว Bovensiepen ก็หันมาทำรถของตัวเองอีกครั้ง โดยยังคงใช้รถ BMW เป็นพื้นฐานในการดัดแปลงเหมือนเดิม เพียงแต่มีการผสมผสานงานศิลปของอิตาเลี่ยนให้รถมีความพิเศษมากกว่าเดิม และนี่คือรถรุ่นแรกจากบริษัทใหม่ชื่อ Bovensiepen Automobile เป็นจุดเริ่มต้นยุคใหม่ในหลายด้าน

Key facts

Summary

เหตุผลหลักก็คือ รถเปิดประทุนเปิดโอกาสให้ Bovensiepen  มีดีไซน์ย้อนแย้งแบบไม่มีเสากลางนั่นเอง เป็นแนวที่ Andreas Bovensiepen เจ้าของและซีอีโอชอบ ดีไซน์แบบนี้ ทำให้ออกแบบและสร้างหลังคาทรงโหนก Double-bubble ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ Zagato มาตั้งแต่ปี 1948 ขึ้นมาใหม่ แล้วยกมาติดตั้งได้เลยโดยไม่ต้องไปตัดเฉือนโครงสร้างตัวถังเดิมของรถ M4  เพราะเส้นสายของหลังคาที่ลาดเทเชื่อมต่อเป็นเนื้อเดียวกับกระจกบานหลังอย่างแนบเนียน ถือเป็นจุดที่สวยที่สุดจุดหนึ่งของ Bovensiepen Zagato

ความแตกต่างระหว่างรถ Zagato  กับ Alpina ในอดีต ต่อให้เป็นรุ่นที่พิเศษที่สุดก็ตาม คือ แทนที่มันจะสร้างขึ้นโดยใช้โครงสร้างจาก BMW รุ่นพื้นฐานทั่วไป แต่ภายใต้ตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์ มันคือร่างอวตารของ BMW M4 Competition M xDrive Convertible หรือ M4 รุ่นเปิดประทุนนั่นเอง  เหตุผลของการเอาตัวแรงรหัส M เป็นสารตั้งต้น ก่อนที่จะลงมือดัดแปลงให้กลายเป็น Bovensiepen Zagato  ทำไมถึงเลือกใช้ M รุ่นเปิดประทุนที่มีน้ำหนักมากกว่ารุ่นคูเป้?

สำหรับรถที่สั่งผลิตแบบพิเศษ แน่นอนว่าหากย้อนกลับไปในปี 1979 จนถึง 2021 Alpina มีชื่อเสียงโด่งดังมาจากซีดานสายหรูที่เน้นขับสบายๆ และรถคันใหม่อย่าง Bovensiepen Zagato ก็ยังคง Concept เดิม นั่นก็คือการทำรถสปอร์ต 2+2 ที่นั่ง ค่าตัว 320,000 ปอนด์ หรือประมาณ 14-15 ล้านบาท ยังไม่รวมภาษีนำเข้า 300%++ สำหรับสุดหล่อราคาแพง Bovensiepen Zagato ออกแบบโดย Norihiko Harada ในสตูดิโอแถบชานเมืองมิลาน รถถูกวางตำแหน่งให้เป็นทั้งของสะสมสุดพิเศษ และเป็นคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อกับ Aston Martin DB12

Read full article at Thairath →