โดนัลด์ ทรัมป์ · Intel · Cryptosiam
Bitcoin เสี่ยงแตะ 60,000 ดอลลาร์ หลังราคาเริ่มแยกทางหุ้นเทค ขณะที่เม็ดเงินไหลเข้าสู่ AI
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าว
Bitcoin เผชิญแรงกดดัน หลังการเคลื่อนไหวเริ่มแยกตัวออกจากหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐ ขณะที่นักลงทุนหันไปยังหุ้นกลุ่ม AI มากขึ้น ส่งผลให้ความเสี่ยงที่ BTC จะปรับตัวลงต่ำกว่า 60,000 ดอลลาร์กลับมาอยู่ในความสนใจของตลาดอีกครั้ง
Key facts
- Bitcoin ร่วงลงกว่า 7% หลังไม่สามารถยืนเหนือระดับ 67,200 ดอลลาร์ได้ในช่วงต้นสัปดาห์ ส่งผลให้เกิดการล้างพอร์ต (Liquidation) ของสถานะ Long ที่ใช้ Leverage รวมมูลค่ากว่า 330 ล้านดอลลาร์
- ท่าที Fed และดอลลาร์แข็งค่า กดดันสินทรัพย์เสี่ยง
- ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 15 สัปดาห์ที่ประมาณ 74 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้แรงกดดันด้านเงินเฟ้อลดลง นอกจากนี้ ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานต่อเนื่องของสหรัฐยังทรงตัวที่ 1.81 ล้านราย
- ข้อมูลในตลาดอนุพันธ์ชี้ให้เห็นว่าความต้องการเปิดสถานะ Long ด้วย Leverage บน Bitcoin ลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน หลังราคา BTC ร่วงจาก 73,700 ดอลลาร์ลงสู่ 61,300 ดอลลาร์ภายในเวลาเพียง 3 วัน
- ในทางกลับกัน นักลงทุนจำนวนมากกลับหันไปให้ความสนใจกับอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) มากขึ้น โดยเฉพาะหลังการเข้าตลาดหุ้นของ SpaceX ซึ่งทำให้มูลค่าบริษัทพุ่งแตะ 2.4 ล้านล้านดอลลาร์ภายในเวลาไม่นาน
- สิ่งที่สร้างความกังวลให้กับนักลงทุนมากกว่าการปรับฐานของราคา คือการที่ Bitcoin ย่อตัวลงในช่วงเวลาเดียวกับที่ดัชนี Nasdaq 100 ยังคงแข็งแกร่งและเคลื่อนไหวอยู่ห่างจากจุดสูงสุดตลอดกาล เพียงประมาณ 1% เท่านั้น
Summary
Bitcoin ร่วงลงกว่า 7% หลังไม่สามารถยืนเหนือระดับ 67,200 ดอลลาร์ได้ในช่วงต้นสัปดาห์ ส่งผลให้เกิดการล้างพอร์ต (Liquidation) ของสถานะ Long ที่ใช้ Leverage รวมมูลค่ากว่า 330 ล้านดอลลาร์
สิ่งที่สร้างความกังวลให้กับนักลงทุนมากกว่าการปรับฐานของราคา คือการที่ Bitcoin ย่อตัวลงในช่วงเวลาเดียวกับที่ดัชนี Nasdaq 100 ยังคงแข็งแกร่งและเคลื่อนไหวอยู่ห่างจากจุดสูงสุดตลอดกาล เพียงประมาณ 1% เท่านั้น สะท้อนให้เห็นว่าความสัมพันธ์เชิงบวกระหว่าง Bitcoin และหุ้นเทคโนโลยีเริ่มลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ในเวลาเดียวกัน ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักทั่วโลก ซึ่งมักเป็นปัจจัยลบต่อสินทรัพย์ที่ไม่สร้างผลตอบแทน อย่าง Bitcoin และทองคำ เนื่องจากนักลงทุนสามารถรับผลตอบแทนที่น่าสนใจจากตราสารหนี้ได้ต่อไป