Kaohoon
ดอลลาร์แข็งกดทองร่วง KTB มองเงินบาทอ่อนค่าจำกัด
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB เปิดเผยว่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี (Bond Yield) ยังคงเคลื่อนไหวในกรอบ 4.42-4.47% โดยยังไม่มีทิศทางที่ชัดเจน แม้ตลาดจะได้รับแรงกดดันจากมุมมองของนักลงทุนที่ยังเชื่อมั่นต่อแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) รวมถึงบรรยากาศการลงทุนที่เปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น อย่างไรก็ตาม
Key facts
- นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB เปิดเผยว่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี (Bond Yield) ยังคงเคลื่อนไหวในกรอบ 4.42-4.47% โดยยังไม่มีทิศทางที่ชัดเจน
- ด้านราคาทองคำยังเผชิญแรงกดดันจากภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินและการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ ส่งผลให้ราคาทองคำ COMEX ส่งมอบเดือนสิงหาคม 2569 ปรับลดลงสู่บริเวณ 4,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์
- ธนาคารยังคงแนะนำให้นักลงทุนทยอยสะสมพันธบัตรระยะยาวทั้งของสหรัฐฯ และไทย โดยเฉพาะในจังหวะที่บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับขึ้นเหนือระดับ 4.50% เนื่องจากประเมินว่า หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางทยอยคลี่คลายภายในไตรมาส 2 และอัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ
- นายพูน กล่าวว่า หากมีการแทรกแซงค่าเงินเยนจริง เงินบาทอาจแข็งค่าขึ้นทดสอบระดับ 32.50 บาทต่อดอลลาร์ หรือแข็งค่าต่ำกว่าระดับดังกล่าวได้ โดยมีแนวรับถัดไปในช่วง 32.20-32.30 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่ในกรณีปกติ แนวรับของเงินบาทจะอยู่ในช่วง 32.60-32.70
Summary
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB เปิดเผยว่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี (Bond Yield) ยังคงเคลื่อนไหวในกรอบ 4.42-4.47% โดยยังไม่มีทิศทางที่ชัดเจน แม้ตลาดจะได้รับแรงกดดันจากมุมมองของนักลงทุนที่ยังเชื่อมั่นต่อแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) รวมถึงบรรยากาศการลงทุนที่เปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น อย่างไรก็ตาม
ธนาคารยังคงแนะนำให้นักลงทุนทยอยสะสมพันธบัตรระยะยาวทั้งของสหรัฐฯ และไทย โดยเฉพาะในจังหวะที่บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับขึ้นเหนือระดับ 4.50% เนื่องจากประเมินว่า หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางทยอยคลี่คลายภายในไตรมาส 2 และอัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ ไม่เร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ FED มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยตลอดปี 2569 ก่อนทยอยปรับลดดอกเบี้ย 2 ครั้งในปี 2570 ช่วงไตรมาส 2 และไตรมาส 4 ซึ่งเป็นมุมมองที่แตกต่างจาก Dot Plot ล่าสุดของ FED และคาดการณ์ของตลาดในปัจจุบัน ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย
ทั้งนี้ KTB มองว่า บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways ในระยะสั้น แต่ยังเผชิญความเสี่ยงทั้งสองด้าน (Two-way Risk) โดยทิศทางจะขึ้นอยู่กับพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่จะมีผลต่อมุมมองของตลาดต่อแนวโน้มนโยบายการเงินของ FED
นายพูน กล่าวว่า หากมีการแทรกแซงค่าเงินเยนจริง เงินบาทอาจแข็งค่าขึ้นทดสอบระดับ 32.50 บาทต่อดอลลาร์ หรือแข็งค่าต่ำกว่าระดับดังกล่าวได้ โดยมีแนวรับถัดไปในช่วง 32.20-32.30 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่ในกรณีปกติ แนวรับของเงินบาทจะอยู่ในช่วง 32.60-32.70 บาทต่อดอลลาร์ ทั้งนี้ ธนาคารยังคงมุมมองว่าเงินบาทอยู่ในแนวโน้มอ่อนค่า หรืออย่างน้อยแกว่งตัวไร้ทิศทางที่ชัดเจนในเชิงเทคนิค จนกว่าจะสามารถแข็งค่าทะลุระดับ 32.00 บาทต่อดอลลาร์ได้อย่างชัดเจนในกรอบเวลารายสัปดาห์