Post Today
"ไอซ์-โรม" แท็กทีมบี้ TH-AI Passport ส่อทุจริตโยงขบวนการน้ำมันเถื่อน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
กมธ.งบฯ-กฎหมาย ประชุมเค้นปมทุจริต TH-AI Passport จ่อชง สตง.-ป.ป.ช. เช็กบิล "รักชนก" ซัด "อนุทิน" ไร้ข้อมูล จี้ถอยโครงการ ขณะที่ "รังสิมันต์" แง้มมีเบาะแสโยงฟอกเงินน้ำมันเถื่อน
Key facts
- 18 มิ.ย.2569 ที่รัฐสภา น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.กทม. พรรคประชาชน ในฐานะประธานกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย นายรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร
- น.ส.รักชนก ได้กล่าวถึงกรณีที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แสดงท่าทีว่าจะเดินหน้าโครงการนี้ โดยตั้งข้อสังเกตว่า นายกรัฐมนตรีอาจไม่ทราบรายละเอียดเชิงลึกและไม่เคยติดตามข่าวสารในเรื่องนี้เนื่องจากมีภารกิจมาก
- นอกจากนี้ น.ส.รักชนก ยังได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการจัดทำประชาพิจารณ์เมื่อสัปดาห์ก่อน ที่มีกระแสข่าวว่าอาจมีการเกณฑ์คนเข้าร่วมรับฟัง โดยระบุว่าในที่ประชุมวันนี้จะตรวจสอบว่า การทำประชาพิจารณ์ดังกล่าวใช้งบประมาณก้อนเดียวกับงบฯ
Summary
ด้าน นายรังสิมันต์ โรม กล่าวว่า การประชุมร่วมครั้งนี้มีการถ่ายทอดสดเพื่อให้ประชาชนและสื่อมวลชนได้รับชมอย่างโปร่งใส ซึ่งโครงการ TH-AI Passport มีปัญหาจริงและมีภาคประชาชนออกมาร่วมคัดค้าน โดยจุดสำคัญไม่ได้มีเพียงแค่ปัญหาของโครงการ แต่ส่อแววว่าจะมีเรื่องการทุจริตเกิดขึ้น
18 มิ.ย.2569 ที่รัฐสภา น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.กทม. พรรคประชาชน ในฐานะประธานกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย นายรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ได้จัดประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport หลังจากที่มีการทำประชาพิจารณ์ไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
สำหรับแนวทางการดำเนินการต่อไป น.ส.รักชนก ระบุว่าได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานตรวจสอบ อาทิ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เข้าร่วมประชุมด้วย โดยจะรวบรวมหลักฐานทั้งหมดเพื่อยื่นตรวจสอบอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป้าหมายหลักของพรรคประชาชนคือต้องการให้ยกเลิกโครงการนี้ไปก่อน แล้วจึงไปตั้งงบประมาณใหม่ในปีถัดไปให้ถูกต้องไร้ข้อครหา