European Union · Thansettakij
กางกฎหมายยุโรป "รีไซเคิลแบตเตอรี่" โอกาสไทยสร้าง New Economy
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
TDRI ชี้ไทยควรเร่งวางระบบจัดการแบตเตอรี่หมดอายุ พัฒนาอุตสาหกรรมรีไซเคิลรับคลื่นขยะ EV ในอนาคต สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ให้ประเทศไทย พร้อมยกโมเดลสหภาพยุโรปเป็นต้นแบบ
Key facts
- รายงานยังระบุว่า สหภาพยุโรปกำหนดเป้าหมายด้านประสิทธิภาพการรีไซเคิลที่เข้มข้น โดยภายในปี 2573 โรงงานรีไซเคิลต้องสามารถกู้คืนวัสดุจากแบตเตอรี่ลิเทียมได้ไม่น้อยกว่า 70% ของน้ำหนักแบตเตอรี่ และแบตเตอรี่ตะกั่วต้องกู้คืนได้ไม่น้อยกว่า 80%
- นอกจากนี้ ยังมีการกำหนดเป้าหมายการเก็บคืนแบตเตอรี่และมาตรฐานการรีไซเคิลอย่างชัดเจน โดยตั้งเป้ากู้คืนแร่ธาตุสำคัญจากแบตเตอรี่ เช่น โคบอลต์ นิกเกิล ทองแดง และลิเทียม ในสัดส่วนที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ภายในปี 2570 จะมีการบังคับใช้ระบบ
- ในรายงานได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับระบบบริหารจัดการแบตเตอรี่ของสหภาพยุโรป ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงโอกาสทางเศรษฐกิจได้ โดยสหภาพยุโรปถือเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่มีระบบบริหารจัดการแบตเตอรี่หลังสิ้นอายุขัยที่เข้มงวดและครบวงจรที่สุดของโลก ผ่านกฎหมายสำคัญ 3
Summary
กฎหมายยุโรปใช้หลักการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต (EPR) โดยกำหนดให้ผู้ผลิตต้องรับผิดชอบการเก็บคืนและรีไซเคิลแบตเตอรี่ พร้อมตั้งเป้าหมายการกู้คืนแร่ธาตุสำคัญในสัดส่วนที่สูง
มีการบังคับใช้ระบบ "Battery Passport" ซึ่งเป็นฐานข้อมูลดิจิทัลสำหรับติดตามแบตเตอรี่ตลอดวงจรชีวิต เพื่อสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างเป็นรูปธรรม
พร้อมทั้งได้ฉายภาพโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ไว้อย่างน่าสนใจว่า เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) คือการไม่มองของหมดอายุ เช่นแบตเตอรี่ที่หมดอายุเป็นเพียงของเสียที่หมดคุณค่า แต่ควรมองเป็นทรัพยากรที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้อีกหลายครั้ง สามารถนำมารีไซเคิล เพื่อนำกลับมาเป็นวัตถุดิบตั้งต้นในการผลิตแบตเตอรี่ใหม่ เนื่องจากภายในแบตเตอรี่ EV มีแร่ธาตุสำคัญ (Critical Minerals) ที่มีมูลค่าสูงและเป็นที่ต้องการของอุตสาหกรรมทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นลิเธียมและแร่สำคัญอื่น ๆ