Nation TV
คลังปลื้ม S&P คงอันดับความน่าเชื่อถือไทยที่ระดับ BBB+ คาดจีดีพีโต 2%
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
S&P คงอันดับความน่าเชื่อถือไทยที่ระดับ BBB+ คงมุมมองมีเสถียรภาพ สะท้อนความเชื่อมั่นต่อปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ-ทิศทางการดำเนินนโยบายของรัฐบาล คาดจีดีพีปีนี้โต 2%
Key facts
- นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ เปิดเผยว่า ในวันนี้ (วันที่ 18 มิถุนายน 2569) บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ S&P Global Ratings (S&P) ได้รายงานการวิเคราะห์อันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย
- S&P คาดว่า อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่แท้จริง (Real GDP Growth) จะเติบโตอยู่ที่ร้อยละ 2.0 ในปี 2569 สะท้อนผลกระทบจากความผันผวนของตลาดพลังงานโลกที่กดดันกิจกรรมทางเศรษฐกิจภายในประเทศ แต่เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มจะกลับมาฟื้นตัวตั้งแต่ปี 2570
- ขณะเดียวกัน ภาคการท่องเที่ยวยังคงเป็นภาคเศรษฐกิจสำคัญของประเทศไทย แม้ว่าในไตรมาสแรกของปี 2569 จำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยลดลงประมาณร้อยละ 2.4 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม S&P คาดว่า
- ประเทศไทยยังคงมีภาคการเงินต่างประเทศ (External Finance) ที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง โดย S&P คาดว่า ดุลบัญชีเดินสะพัดจะเกินดุลอยู่ที่ประมาณร้อยละ 2.0 ของ GDP ในปี 2569 และเฉลี่ยร้อยละ 2.1 ในช่วงปี 2569 – 2572
Summary
นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ เปิดเผยว่า ในวันนี้ (วันที่ 18 มิถุนายน 2569) บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ S&P Global Ratings (S&P) ได้รายงานการวิเคราะห์อันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย โดยได้คงอันดับความน่าเชื่อถือ (Sovereign Credit Rating) ที่ระดับ BBB+ และคงมุมมองความน่าเชื่อถือ (Outlook) ที่ระดับมีเสถียรภาพ (Stable Outlook) โดยมีรายละเอียดสำคัญ ดังนี้
S&P คาดว่า อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่แท้จริง (Real GDP Growth) จะเติบโตอยู่ที่ร้อยละ 2.0 ในปี 2569 สะท้อนผลกระทบจากความผันผวนของตลาดพลังงานโลกที่กดดันกิจกรรมทางเศรษฐกิจภายในประเทศ แต่เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มจะกลับมาฟื้นตัวตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป โดยคาดว่าจะเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 2.3 ในช่วงปี 2569 – 2572 ขณะที่รายได้ต่อหัว (Income per Capita) คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจาก 8,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2567 เป็น 9,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2569
S&P มองว่า เสถียรภาพทางการเมืองของรัฐบาลชุดใหม่จะช่วยสนับสนุนความต่อเนื่องของการดำเนินนโยบายภาครัฐ และเอื้อต่อการผลักดันการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและโครงการลงทุนตามแผนยุทธศาสตร์ชาติในระยะยาว โดยเฉพาะโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) และโครงการโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง ซึ่งการลงทุนของรัฐวิสาหกิจและความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน (Public-Private Partnerships: PPP) จะมีบทบาทสำคัญในการช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะต่อไป