Krungthep Turakij
‘สภาพัฒน์’ จับตา 60 วัน ดีลสันติภาพสหรัฐ - อิหร่าน เล็งรีวิวฉากทัศน์เศรษฐกิจ รับราคาน้ำมันลด
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือ “สภาพัฒน์” กล่าวถึงแนวโน้มของเศรษฐกิจไทยหลังจากที่สหรัฐ และอิหร่านมีการลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) สันติภาพร่วมกันว่าขณะนี้สภาพัฒน์อยู่ระหว่างการทบทวนฉากทัศน์ (Scenario) เศรษฐกิจใหม่ในช่วงครึ่งปีหลังเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และราคาน้ำมันในตลาดโลกที่เริ่มปรับลดลง
Key facts
- ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างระมัดระวังคือ สถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาค โดยเฉพาะความเคลื่อนไหวของประเทศอิสราเอล และสหรัฐอเมริกา ซึ่งหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้น ก็อาจส่งผลให้ราคาน้ำมันดีดตัวกลับสูงขึ้นไปเหมือนเดิมได้อีกครั้ง ทำให้ สศช.
Summary
โดยในเบื้องต้นคาดว่าการขยายตัวของตัวเลขเศรษฐกิจ (GDP) ยังคงอยู่ในกรอบประมาณการเดิมที่เคยวางไว้ในสถานการณ์ที่ดีที่สุด (Best case) คือ การขยายตัวของ GDP ไทยจะอยู่ที่ประมาณ 1.4 – 2% แต่ก็ยังมีความไม่แน่นอนสูงเนื่องจากข้อตกลงของสหรัฐ-อิหร่าน มีช่วงเวลาเฝ้าระวังสำคัญในอีก 60 วันข้างหน้า หากในช่วง 2 เดือนนี้ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น สถานการณ์เศรษฐกิจโลกน่าจะเริ่มมีความชัดเจน และมีเสถียรภาพมากขึ้น
อย่างไรก็ตามในส่วนของราคาน้ำมันในตลาดโลกจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดว่าจะลดลงได้มากน้อยเพียงใด เนื่องจากที่ผ่านมาโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมัน และแหล่งผลิตน้ำมัน (Oil Facility) ได้รับความเสียหายไปเป็นจำนวนมากในช่วงที่มีการสู้รบกันในตะวันออกกลาง
“ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างระมัดระวังคือ สถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาค โดยเฉพาะความเคลื่อนไหวของประเทศอิสราเอล และสหรัฐอเมริกา ซึ่งหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้น ก็อาจส่งผลให้ราคาน้ำมันดีดตัวกลับสูงขึ้นไปเหมือนเดิมได้อีกครั้ง ทำให้ สศช. ต้องมีการประเมิน และทบทวนสถานการณ์ใหม่เป็นระยะๆ”