← Back to KHAO

จากค่ายผู้ลี้ภัยสู่ไร่อ้อย (1) สำรวจการทดแทนแรงงานกัมพูชา ชาวไร่ครวญปีนี้แทบไม่รอด-ข้อเสนอฤดูหน้า

12 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.

◌ Single Source

ผ่านมากว่าครึ่งปีของการบังคับใช้นโยบาย 'ปลดล็อก' จ้างงานผู้หนีภัยสงครามที่อาศัยตามศูนย์พักพิงชั่วคราวออกมาทำงานข้างนอกได้ ประชาไทชวนสำรวจการจ้างงานผู้ลี้ภัยในจังหวัดสระแก้ว พื้นที่ปลูกอ้อยใหญ่สุดในภาคบูรพา หลังจากด่านชายแดนถูกปิดลงแบบไม่มีกำหนด ส่งผลให้แรงงานกัมพูชาหายไปเกือบ 90% คำถามสำคัญคือแรงงาน

“ที่ผมตัดอ้อยปีนี้เสร็จ เนื่องจากผมใช้แรงงานชาติพันธุ์ แรงงานของกัมพูชาไม่มีสักคน ผมก็ไปรับเอาที่ศูนย์แม่ฮ่องสอน มีหลายศูนย์พักพิงฯ”

Key facts

Summary

หากเปิดแอปพลิเคชัน " Google map " จังหวัดสระแก้ว จะตั้งอยู่บริเวณชายแดนฝั่งตะวันออกติดกับกัมพูชา ภูมิศาสตร์นี้ทำให้มีแรงงานประเทศกัมพูชาเข้ามาทำงานเป็นประจำตลอดทั้งปี เป็นแบบนี้มาหลายทศวรรษ

สุรชัย จ้างงานคนงานชาติพันธุ์ จากศูนย์พักพิงชั่วคราว มาจำนวน 38 คนจากที่ขอไป 40 คน โดยคนงานเริ่มเข้ามาที่ไร่อ้อย ตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2568 ประมาณ 20 วันหลังโรงงานเริ่มเปิดรับหีบอ้อย จนสามารถจัดการตัดอ้อยในไร่ทั้ง 400 ไร่ ส่งโรงงานได้หมด 4,000-5,000 ตัน ทันกำหนดการปิดหีบ

ข้อมูลจาก กรมจัดหางาน ภายใต้กระทรวงแรงงาน เมื่อเดือน ต.ค.2568 ระบุว่ามีผู้ลี้ภัยอายุ 18-59 ปีที่อยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราว 9 แห่งตามตะเข็บชายแดน จำนวน 42,601 คน จากจำนวนประชากรทั้งหมด 77,305 คน และหากดูสัดส่วนคนหนุ่มสาวอายุ 20-35 ปี อาจจะมีอยู่ประมาณ 20,000 คน

Read full article at Prachatai →