Post Today
“เอกนัฏ” ดึงเงิน กฟผ.อุ้มค่าไฟ 200 หน่วย ช่วยฐานราก ทวนเก็บค่าไฟขั้นบันได
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
“เอกนัฏ” งัดมาตรการลดค่าไฟ ดึงกำไร กฟผ.อุ้มค่าไฟ 200 หน่วยแรก ช่วยผู้ใช้ไฟรายย่อย พับแผนค่าไฟก้าวหน้า พร้อมเร่งติดโซลาร์โซลาร์ประชาชน 2.0
Key facts
- บริหารจัดการความสูญเสียในระบบ และค่าพร้อมจ่าย ถือเป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือเรื่องประสิทธิภาพของระบบไฟฟ้า โดยเฉพาะความสูญเสียในระบบ (Loss) เช่น ไฟทางและไฟสาธารณะ ซึ่งที่ผ่านมาประชาชนต้องแบกรับภาระส่วนนี้รวมอยู่ในค่าไฟฟ้าประมาณ 10-20 สตางค์ต่อหน่วย
- สั่งรื้อสัญญาแอดเดอร์ทาส โดยยุติการต่ออายุอัตโนมัติ ทั้งนี้ ปัญหาใหญ่ที่ทำให้อัตราค่าไฟฟ้าแพงเกินจริงส่วนหนึ่งมาจากสัญญาแอดเดอร์ (Adder) ที่ทำไว้ในอดีตซึ่งมีราคาแพงและบางส่วนมีการต่ออายุสัญญาโดยอัตโนมัติ โดยขณะนี้ได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาทบทวนสัญญาเหล่านี้ ที่มีลักษณะเป็นสัญญาธาตุ
- นายเอกนัฏ กล่าวต่อว่า เตรียมจะนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ภายในเดือนมิ.ย. 2569 นี้ เพื่อกำหนดประเภทผู้ใช้ไฟฟ้าใหม่เป็นประเภทที่ 9 สำหรับกลุ่ม Data Center โดยเฉพาะ จากเดิมที่มีเพียงประเภทบ้านอยู่อาศัย
- นอกจากนี้ ยังสั่งให้ทบทวนแนวทางการปรับอัตราค่าไฟฟ้าแบบขั้นบันได จากเดิมที่กลุ่มที่ใช้ไฟเกิน 400 หน่วยขึ้นไป จะต้องจ่ายสูงกว่ากลุ่มผู้ใช้ไฟ 200 หน่วยนั้น จะยังไม่ปรับอัตราก้าวหน้าในช่วงนี้ แต่จะมุ่งไปที่การลดต้นทุนโครงสร้างทั้งระบบแทน
Summary
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงทิศทางการบริหารจัดการค่าไฟฟ้า ในอนาคตว่า ขณะนี้กระทรวงพลังงาน อยู่ระหว่างการปฏิรูปโครงสร้างราคาไฟฟ้าครั้งใหญ่ โดยมีเป้าหมายหลักคือการลดภาระค่าครองชีพของประชาชนท่ามกลางความผันผวนของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานสูงขึ้น
1.สั่งรื้อสัญญาแอดเดอร์ทาส โดยยุติการต่ออายุอัตโนมัติ ทั้งนี้ ปัญหาใหญ่ที่ทำให้อัตราค่าไฟฟ้าแพงเกินจริงส่วนหนึ่งมาจากสัญญาแอดเดอร์ (Adder) ที่ทำไว้ในอดีตซึ่งมีราคาแพงและบางส่วนมีการต่ออายุสัญญาโดยอัตโนมัติ โดยขณะนี้ได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาทบทวนสัญญาเหล่านี้ ที่มีลักษณะเป็นสัญญาธาตุ
นายเอกนัฏ ยืนยันว่า การดำเนินการครั้งนี้ทำด้วยความชอบธรรมและเป็นเหตุเป็นผล แม้จะมีความเสี่ยงเรื่องการถูกฟ้องร้องจากภาคเอกชนก็ตาม โดยหากผู้ประกอบการยอมเจรจาลดราคาลงก็อาจจะพิจารณารับซื้อต่อ แต่หากไม่ยอมถอยก็จำเป็นต้องยกเลิกการต่อสัญญาอัตโนมัติเหล่านั้น เนื่องจากปัจจุบันราคารับซื้อไฟใหม่ (Feed-in Tariff) มีราคาต่ำกว่ามาก