Thansettakij
‘อนุทิน’ ประกาศจากรัสเซียพร้อมเป็น ‘เซลแมน’ ขายตรง EEC ดึงลงทุนทั่วโลก
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
นายกฯ ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ ประกาศข้ามโลกจากรัสเซีย พร้อมเป็น “เซลแมน” ทำการตลาดให้โครงการ EEC ดึงการลงทุนทั่วโลก sลังดึงอีอีซีมาดูแลเอง พร้อมขึ้นเวทีอาเซียนเสนอแนวทางความร่วมมือทางเศรษฐกิจ
Key facts
- การค้าและการลงทุน (Trade and Investment)
- การแลกเปลี่ยนระดับประชาชน (People-to-People Exchanges)
- นายกฯ หนุนเอกชนไทย ขยายโอกาสการค้ารัสเซีย-ยูเรเซีย
- วันที่ 17 มิถุนายน 2569 เวลา 09.30 น. (ตามเวลาท้องถิ่นเมืองคาซาน สหพันธรัฐรัสเซีย ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 4 ชั่วโมง) ณ โรงแรมที่พัก เมืองคาซาน สหพันธรัฐรัสเซีย นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล
- พร้อมกล่าวปาฐกถาโดยเน้นย้ำถึงศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนระหว่างรัสเซียกับภูมิภาคอาเซียน พร้อมเชิญชวนภาคธุรกิจรัสเซียใช้ไทยเป็นฐานขยายโอกาสสู่ตลาดอาเซียนที่มีประชากรกว่า 700 ล้านคน
- นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปี 2569 มีความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นวาระครบรอบ 35 ปีความสัมพันธ์อาเซียน-รัสเซีย ซึ่งความร่วมมือได้พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางบริบทเศรษฐกิจโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
Summary
นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงศักยภาพด้านการลงทุนในพื้นที่ EEC ว่า ช่วงเวลานี้เป็นจังหวะสำคัญในการทำการตลาด (marketing) ให้กับ EEC ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลได้ดำเนินการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ จนพร้อมแล้วจังหวะต่อไปนี้ คือ การตลาด เพื่อส่งเสริมการลงทุนใน EEC ซึ่งผมจะขอสวมบทบาท นักการตลาดให้กับประเทศ
วันที่ 17 มิถุนายน 2569 เวลา 09.30 น. (ตามเวลาท้องถิ่นเมืองคาซาน สหพันธรัฐรัสเซีย ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 4 ชั่วโมง) ณ โรงแรมที่พัก เมืองคาซาน สหพันธรัฐรัสเซีย นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ โดยยอมรับว่า พร้อมเป็น “เซลแมน” ทำการตลาดให้โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC
ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี ตั้งเป้าหมายให้ EEC เป็นศูนย์กลางความมั่นคงทางอาหารโลก และเป็นศูนย์กลางการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ซึ่งจะต้องมีการประสานงานร่วมกับหลายหน่วยงาน จึงเห็นความจำเป็นที่จะดึงการบริหารงาน EEC กลับมาในการกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรีโดยตรง