PPTV HD 36
บาทอ่อนทันที หลังเฟดส่งสัญญาณ "ยังไม่จบดอกเบี้ยขาขึ้น"
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าว
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 32.67 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลงเล็กน้อย” จากระดับปิดของวันก่อนหน้า ณ ระดับ 32.60 บาทต่อดอลลาร์ โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา
Key facts
- ค่าเงินบาท เปิดเช้านี้ ที่ 31.40 บาท/ดอลลาร์ “อ่อนค่าลงเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลง”
- ค่าเงินบาท เปิดเช้านี้ ที่ 31.54 บาท/ดอลลาร์ “อ่อนค่าลงเล็กน้อย”
- ทางด้านตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์พลิกกลับมาแข็งค่าขึ้น เร็ว แรง หลังผู้เล่นในตลาดปรับเพิ่มโอกาส FED เดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยในปี 2026 อย่างมีนัยสำคัญ ตาม Dot Plot ใหม่ของ FED ที่สะท้อนโอกาส FED เดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ อย่างไรก็ดี
- ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ได้ออกแถลงการณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ซึ่งเสร็จสิ้นลงในวันพุธที่ 17 มิ.ย. โดยคณะกรรมการฯ มีมติด้วยคะแนนเสียง 12 ต่อ 0 ในการคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 3.50-3.75% เพื่อสนับสนุนภารกิจ
Summary
หลังตลาดรับรู้ผลการประชุม FOMC ที่แม้ว่า คณะกรรมการจะมีมติเป็นเอกฉันท์คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 3.50%-3.75% ตามคาด ทว่า คาดการณ์แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ FED หรือ Dot Plot ใหม่ กลับสะท้อนว่า FED อาจเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยได้บ้างในปี 2026 (กรรมการ 1 ท่าน สนับสนุนการลดดอกเบี้ย อีก 8 ท่าน สนับสนุนการคงดอกเบี้ย ส่วน 9 ท่าน สนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ยอย่างน้อย 1 ครั้ง
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 32.67 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลงเล็กน้อย” จากระดับปิดของวันก่อนหน้า ณ ระดับ 32.60 บาทต่อดอลลาร์ โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) เคลื่อนไหวผันผวนพอสมควร (แกว่งตัวในกรอบ 32.52-32.80 บาทต่อดอลลาร์) แม้จะมีจังหวะทยอยแข็งค่าขึ้นเข้าใกล้โซนแนวรับ 32.50 บาทต่อดอลลาร์ ในช่วงก่อนรับรู้ผลการประชุม FOMC ของ FED
ขณะที่ ประธาน FED Kevin Warsh ไม่ได้ส่งคาดการณ์ใน Dot Plot) ก่อนที่จะทยอยปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงในปี 2027 และ 2028 กลับสู่ระดับ Long-Run rate ที่ไม่ต่างจาก Dot Plot ในเดือนมีนาคม ซึ่งภาพดังกล่าวทำให้ผู้เล่นในตลาดกลับมามั่นใจเกิน 100% ต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ FED ในปีนี้ และเริ่มประเมินว่า FED มีโอกาสราว 54% ที่จะขึ้นดอกเบี้ยได้ 2 ครั้ง ในปีนี้ จากช่วงก่อนการประชุม FOMC ที่ตลาดให้โอกาสราว 80% ที่ FED จะขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้ง ในปีนี้ ส่งผลให้