Krungthep Turakij
‘คูก้า’ อยู่มา 40 ปี มีรายได้ ‘133 ล้าน’ ยึดคำพ่อต้องซื่อสัตย์ อยากแตะ ‘พันล้าน’ ในรุ่นตัวเอง
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
“อมอร่อย เคี้ยวอร่อย รสนมอมๆ เคี้ยวๆ” ลูกอมรสนมที่มาพร้อมสัมผัสหนึบหนับเคี้ยวเพลิน รู้จักกันในชื่อ “คูก้า” กว่า 40 ปีที่โลดแล่นอยู่ในตลาด จนปัจจุบัน “คูก้า” มีรสอื่นๆ ให้เลือกหลากหลาย พร้อมกับส่งไม้ต่อให้ทายาทรุ่นที่ 2 มานานเกือบสองทศวรรษ
Key facts
- ปีนี้อยากโตอย่างน้อย 20% เป้าหมายใหญ่ขอพา “คูก้า”
- ปี 2568: รายได้ 135 ล้านบาท กำไรสุทธิ 4.1 ล้านบาท ปี 2567: รายได้ 128 ล้านบาท กำไรสุทธิ 4 ล้านบาท ปี 2566: รายได้ 129 ล้านบาท กำไรสุทธิ 3.9 ล้านบาท ปี 2565: รายได้ 112 ล้านบาท กำไรสุทธิ 7.3 ล้านบาท ปี 2564: รายได้ 63 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ
- ตั้งเป้าโตอย่างน้อยๆ 20% ปีที่ผ่านมาก็เติบโตขึ้น แต่ยอมรับว่า ไม่ตรงตามเป้าที่ตั้งไว้ การทำธุรกิจยากขึ้นทุกวันเมื่อเทียบกับสมัยก่อน อาจเป็นเพราะตอนนั้นผู้ผลิตลูกอมไม่ได้มีมากนัก ปัจจุบันคู่แข่งทั้งในและต่างประเทศเยอะขึ้นมาก ท้าทายขึ้นทุกปี
- มองว่า ยากเหมือนกัน ได้รับผลกระทบเหมือนกับคนอื่นๆ ทั้งเรื่องน้ำมันแพง ราคาแพ็กเกจจิ้งปรับตัวสูงขึ้น ตอนนี้ต้นทุนสูงขึ้นกว่า 30-40%
- อาจจะเงียบๆ ไปบ้าง แต่หลังจากนี้ภายใน 1-2 ปีจะได้เห็นอะไรใหม่ๆ ออกมาแน่นอน เพื่อกระตุ้นตลาดให้คนยังจดจำแบรนด์ โดยเฉพาะ Gen Y ที่โตมากับคูก้า ให้นึกถึงแบรนด์ที่เคยกินในวัยเด็ก ดึงกลุ่มนี้กลับมาเป็นฐานลูกค้าอีกครั้งด้วย
Summary
คูก้าในรุ่นของ “ฐณัตพล” ต้องการเปลี่ยนแปลงให้สินค้ามีคุณค่ามากขึ้น ไม่ได้เป็นเพียงลูกอมที่ทานเพื่อความสนุกสนาน แต่ต้องให้ประโยชน์ด้านอื่นๆ กับคนกินด้วย เช่น ใส่เกลือแร่หรือวิตามินเข้าไป มีสารสกัดจากสมุนไพรต่างๆ จากที่เป็นลูกอมธรรมดาก็สามารถเพิ่มเติมคุณประโยชน์ ทำให้ขยับเข้าใกล้ “Supplement” ทั้งแบบอมและเคี้ยวได้ด้วย
แม้จะมี “Hero Product” เป็นลูกอมเคี้ยวหนึบรสนม แต่รู้หรือไม่ว่า แท้จริงแล้ว “คูก้า” ไม่ได้เริ่มจากการทำลูกอมเป็นอย่างแรก “ผลไม้กวน” คือโปรดักต์แรกสุดที่คุณพ่อของฐณัตพลเริ่มทำ แต่ผ่านไปได้สักพักก็เริ่มมองเห็นลู่ทางในการบุกตลาดลูกอม กระทั่งออกมาเป็นลูกอมเคี้ยวหนึบที่ยืนหนึ่งทำเงินให้กับบริษัทมากที่สุด
“ฐณัตพล” ตั้งเป้าเจาะกลุ่มผู้บริโภคโดยต้องการเปลี่ยนแปลงสินค้าให้ทันสมัยเหมาะกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปทุกวัน ระบุว่า กลุ่มเป้าหมายตอนนี้ยังเป็นเด็กๆ ขณะเดียวกันก็พยายามออกรสชาติใหม่ๆ ที่จะดึงวัยรุ่นหรือวัยทำงานเข้ามามากขึ้น มีรสชาติที่จะออกมาเจาะวัยทำงาน ได้แก่ รสกาแฟ รสชาเขียว อาจจะได้เห็นทันภายในปีนี้ ส่วน “รสนม” อย่างไรก็น่าจะยังเป็นรสชาติที่ขายดีที่สุด