← Back to KHAO

หมอวรงค์ ค้านเกณฑ์บำนาญอดีตสมาชิกรัฐสภา แฉ บ้านใหญ่ใช้ตำแหน่งผู้ช่วย สส.-สว. แทนจ่ายเงิน

3 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.

◌ Single Source

Matichon Weekly

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 17 มิถุนายน ที่รัฐสภา นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยภักดี แถลงถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการสภา มีมติ ทบทวนบำนาญอดีตสมาชิกรัฐสภาตลอดชีพ โดยมีระยะเวลาการดำรงตำแหน่งรวมทุกวาระตั้งแต่ 48 เดือนหรือ 4 ปี รวมถึงการคงไว้ของจำนวนผู้ช่วยส.ส. 8 คน ว่า ตนไม่เห็นด้วย ยืนยันว่า ทั้งส.ส.และส.ว.ส่วนใหญ่ที่อ้างว่าเป็นตัวแทนของประชาชน มาปกป้องดูแลผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน แต่สุดท้ายก็ทำเพื่อประโยชน์ส่วนตัว เอาหมดไม่ว่าจะเป็นพรรคใหญ่

Key facts

Summary

นพ.วรงค์ กล่าวต่อว่า ตนขอขยายให้เห็นภาพว่า ผลประโยชน์เหล่านี้ล้วนมีรากฐานมาจากเรื่องบ้านใหญ่ทั้งสิ้น นี่คือผลพวงของระบบการเมืองบ้านใหญ่ ที่เข้ามามีอิทธิพลทางการเมือง เพื่อให้ดูแลหัวคะแนน แม้แต่ส.ส.ที่เข้ามาทำหน้าที่ในสภา บ้านใหญ่ก็ยังเลี้ยงดูโดยยังได้รับเงินเป็นรายเดือน จึงไม่แปลกใจที่ส.ส.เหล่านี้ เมื่อถึงเวลาต้องโหวต ก็โหวตตามใบสั่ง ไม่ได้โหวตตามใจพี่น้องประชาชน นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในระหว่างที่เป็นส.ส.

นพ.วรงค์ กล่าวอีกว่า ส่วนการคงไว้ของผู้ช่วยส.ส. 8 คนก็เป็นผลพวงมาจากบ้านใหญ่ ทุนบ้านใหญ่ของพรรคการเมืองโดยมีการเรียกตำแหน่งจาก 8 คน นี้ไปเป็นโควต้าของส่วนกลาง เพื่อไปดูแลผู้สมัครคนอื่นที่สอบตก เพื่อที่จะไม่ต้องจ่ายเงินมากโดยเอาภาษีของประชาชนมาจ่ายแทน แม้แต่สว.ที่สังกัดค่ายสีต่าง ๆ ก็ถูกดึงผู้ช่วยไปให้กับบ้านใหญ่ เพื่อที่บ้านใหญ่ไม่ต้องจ่ายเงิน ซึ่งเรื่องนี้ตนขอคัดค้าน เพราะถือว่าการเมืองระบบบ้านใหญ่คือเผด็จการรูปแบบหนึ่งที่ไม่ตอบสนองประชาชน แต่การเลือกตั้งมักจะอ้างประชาชน

“ผมขอท้าว่า มีนายทุนบ้านใหญ่ยังจ่ายเงินดูแลรายเดือนให้กับส.ส.ที่ขณะนี้เป็นส.ส.อยู่ในสภา แต่วันใดที่เขาหมดตำแหน่งหน้าที่สอบตก เขาก็ต้องไปแบมือขอ จึงต้องใช้วิธีการเอาภาษีของประชาชนมาดูแลส.ส.ที่ไม่ได้มีบทบาทหน้าที่ต่อไป เท่ากับว่าระบบบ้านใหญ่ กำลังสร้างปัญหาให้กับการเมือง โดยใช้เงินของนายทุนเข้ามาดูแลส.ส.วันใดส.ส.หมดหน้าที่หมดตำแหน่งก็ใช้ภาษีของประชาชนในรูปการจัดตั้งกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา”น.พ.วรงค์ กล่าว

Read full article at Matichon →