Bangkok Today
สว.สิ่งแวดล้อม ลุยล้างบางทุนกร่างสั่งชายฉกรรจ์ปิดถนนสาธารณะ ฮุบ ที่ส.ป.ก. จี้ฟันจนท.ละเว้นหน้าที่
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา เป็นประธานการประชุมเพื่อพิจารณาศึกษาเกี่ยวกับกรณีการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ บริเวณป่าเขาเสียดอ้า ป่าเขานกยูง และป่าเขาอ่างหิน ในพื้นที่ต.ห
Key facts
- พ.ต.อ.ธณัชชนม์ เก่งกสิกิจ ผู้กำกับการ 3 บก.ปทส. กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อปี พ.ศ. 2567 มีกรณีการปิดกั้นเส้นทางและตัดกุญแจ ขณะนั้นองค์การบริหารส่วนตำบลหนองน้ำแดง ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.ปากช่อง
- นอกจากนี้จากการลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกันหลายครั้ง พบว่ามีแนวกันชน (Buffer Zone) ระยะ 40 เมตร ระหว่างแนวโฉนดที่ดินกับพื้นที่ภูเขา ซึ่งเป็นบริเวณที่มีการสร้างถนนและปิดกั้นทาง ปัจจุบันยังไม่มีหน่วยงานใดชี้ชัดได้ว่า แนวกันชนระยะ 40 เมตรดังกล่าว
- บริษัทผู้กระทำความผิด ในข้อหาร่วมกันทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่า หรือทำให้ไร้ประโยชน์ ซึ่งทรัพย์สินที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ , ร่วมกันเข้าไปยึดถือครอบครองที่ดินของรัฐ ซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน
- นายทะนง กล่าวว่า ตนขอให้คณะกรรมาธิการช่วยตรวจสอบทางสาธารณะที่ชาวบ้านกำลังเดือดร้อน จากเส้นทางวัดวชิราฯ ไปหนองไห พื้นที่ต.หนองน้ำแดง ซึ่งเป็นเส้นทางที่ใช้กันมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย
Summary
เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา เป็นประธานการประชุมเพื่อพิจารณาศึกษาเกี่ยวกับกรณีการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ บริเวณป่าเขาเสียดอ้า ป่าเขานกยูง และป่าเขาอ่างหิน ในพื้นที่ต.หนองน้ำแดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมาและกรณีตัวแทนชาวต.หนองน้ำแดง ยื่นหนังสือต่อประธานให้ตรวจสอบกลุ่มนายทุนปิดทางสาธารณะทำให้ชาวบ้าน ไม่สามารถสัญจรเข้าหมู่บ้านได้ต้องอ้อมไปไกลกว่า 20 กิโลเมตร
โดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย ตำรวจปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ กรมป่าไม้ ปฏิรูปที่ดินจ.นครราชสีมา องค์การบริหารส่วนตำบลหนองน้ำแดง และนายทะนง ดอกพิกุล ในฐานะผู้ร้องเรียนเข้าชี้แจง
นอกจากนี้ ป.ป.ท.ยังพิจารณาเห็นว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐมีพฤติการณ์ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ จึงได้ส่งสำนวนให้กับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อดำเนินการตรวจสอบต่อไป