The Standard
บ้านสมเด็จโพลล์สะท้อนคนกรุงฯ เกินครึ่งหนุนโครงการ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ ดันเม็ดเงินสู่ผู้ค้ารายย่อย
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จพระยา ได้เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในกรุงเทพมหานครเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ซึ่งชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างพฤติกรรมการบริโภคและการจัดสรรสภาพคล่องทางการเงินของประชาชน
Key facts
- โครงการสำรวจนี้จัดทำขึ้นโดยการเก็บข้อมูลจากประชาชนที่อาศัยอยู่ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร จำนวนทั้งสิ้น 1,134 กลุ่มตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 6 – 9 มิถุนายน 2569 โดยใช้เกณฑ์ตารางสำเร็จรูปของ Taro Yamane คำนวณจากฐานประชากรที่เกิน 100,000 คน
- เงื่อนไขการใช้สิทธิถูกจำกัดวงเงินไว้ที่ 1,000 บาทต่อเดือน และรัฐบาลจะช่วยจ่ายให้สูงสุดวันละ 200 บาท โดยกรณีที่สิ้นเดือนแล้วยังใช้สิทธิในเดือนนั้นไม่หมด ยอดเงินจะถูกตัดทันทีโดยไม่มีการสะสมหรือทบไปให้ในเดือนถัดไป ประชาชนสามารถใช้งานระบบผ่าน
- ผลการสำรวจด้านความพึงพอใจของประชาชนต่อรูปแบบใหม่ของโครงการไทยช่วยไทยพลัส พบว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีความพึงพอใจในระดับมาก คิดเป็น 55.4% รองลงมาคือระดับปานกลาง 41.4% และระดับน้อย 3.2%
- พบว่ากลุ่มตัวอย่างนิยมโครงการไทยช่วยไทยพลัสมากกว่า คิดเป็น 46.9% ขณะที่กลุ่มตัวอย่าง 37.3% รู้สึกไม่แตกต่างกันมากนัก และมีเพียง 15.8% ที่ชอบโครงการคนละครึ่งรูปแบบเดิมมากกว่า
- โครงการดังกล่าวส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพคล่องทางการเงินของประชาชน โดยกลุ่มตัวอย่าง 33.2% ระบุว่าทำให้สามารถซื้อของได้ในปริมาณที่มากขึ้นกว่าเดิม รองลงมา 25.4% ระบุว่าทำให้มีเงินเหลือพอไปจ่ายหนี้สินหรือบิลค่าน้ำค่าไฟได้ตรงเวลา อีก 19.2%
- เมื่อพิจารณาถึงการจัดการเงินส่วนที่ประหยัดได้จากโครงการ พบว่ากลุ่มตัวอย่าง 53.7% เลือกที่จะนำเงินส่วนต่างไปใช้จ่ายซื้อสินค้าอื่นเพิ่มเติม รองลงมาคือการนำไปเก็บออม 20.7% นำไปชำระหนี้ 16.9% และระบุว่าไม่แน่ใจ 8.7%
Summary
โดยมาตรการดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากผ่านการเปลี่ยนเป้าหมายการซื้อสินค้าจากห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อไปสู่ร้านค้ารายย่อยและตลาดสดในสัดส่วนที่สูง ขณะเดียวกันผลสำรวจยังสะท้อนความท้าทายในด้านการควบคุมราคาสินค้าของร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. สิงห์ สิงห์ขจร ประธานคณะกรรมการศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ ให้ข้อมูลภาพรวมของโครงการไทยช่วยไทยพลัสว่าเป็นมาตรการที่รัฐบาลร่วมสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้าและบริการจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการในสัดส่วน 60% และประชาชนจ่ายสมทบเอง 40% กำหนดวงเงินสูงสุดไว้ที่ 4,000 บาทต่อคน โดยมีระยะเวลาการใช้จ่ายตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ถึง 30 กันยายน 2569 สามารถใช้สิทธิได้ระหว่างเวลา 06:00 – 23:00 น. ของทุกวัน
เงื่อนไขการใช้สิทธิถูกจำกัดวงเงินไว้ที่ 1,000 บาทต่อเดือน และรัฐบาลจะช่วยจ่ายให้สูงสุดวันละ 200 บาท โดยกรณีที่สิ้นเดือนแล้วยังใช้สิทธิในเดือนนั้นไม่หมด ยอดเงินจะถูกตัดทันทีโดยไม่มีการสะสมหรือทบไปให้ในเดือนถัดไป ประชาชนสามารถใช้งานระบบผ่าน G-Wallet บนแอปพลิเคชันเป๋าตัง ซึ่งมาตรการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อลดภาระค่าครองชีพและสร้างเงินหมุนเวียนในกลุ่มร้านค้ารายเล็กและผู้ประกอบการท้องถิ่นทั่วประเทศ