Spring News
ส่องนโยบายว่าที่ผู้ว่าฯ กทม. 'แก้รถติด' ปัญหาเรื้อรังของคนกรุง
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าว
เปิดนโยบายแก้ปัญหารถติด ว่าที่ผู้ว่าฯ กทม. ผู้สมัครส่วนใหญ่เสนอใช้เทคโนโลยี AI และ Big Data เพื่อบริหารจัดการสัญญาณไฟจราจรแบบเรียลไทม์
Key facts
- นับถอยหลังการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 28 มิ.ย. 2569 นี้ กำลังทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ผู้สมัครแต่ละคนต่างเร่งลงพื้นที่เพื่อนำเสนอนโยบายหาเสียงในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ของเมืองกรุง
- ต่างจากปัจจุบันที่การให้สัญญาณไฟจราจรแต่ละแยกเป็นอิสระบางแยกใช้เจ้าหน้าที่กด บางแยกใช้ระบบตั้งเวลาอัตโนมัติจึงที่ไม่สอดคล้องกับปริมาณรถในแต่ช่วงเวลา ระบบดังกล่าวจะช่วยลดเวลาในการเดินทางได้ถึง 15% สามารถประหยัดค่าน้ำมันให้คนกรุงเทพฯได้ถึง
- นโยบายแก้ปัญหาจราจร ชัชชาติมุ่งเน้นแก้เรื่องด่วนสำคัญ 9 เรื่องหลัก เริ่มจากปรับปรุงการเชื่อมโยงเครือข่ายถนน โดยจะเดินหน้าเพิ่มทางลัดทางผ่านกลไกความร่วมมือกับภาคเอกชนเพื่อเพิ่มทางเลือกในการสัญจรและลดความหนาแน่นบนถนนสายหลัก
- ม.ล.กรกสิวัฒน์ นำเสนอแนวทางในการแก้ปัญหาจราจรโดยใช้ระบบซอฟต์แวร์ City Brain ซึ่งเป็นระบบที่ใช้ในการบริหารจัดการเมืองขับเคลื่อนด้วย AI และ Big Data ที่รวบรวมข้อมูลแบบเรียลไทม์จาก 'กล้องวงจรปิด' เกือบ 2,000 กล้องที่อยู่ตามแยกต่าง ๆ ใน กทม.
Summary
นโยบายแก้ปัญหาจราจร ชัชชาติมุ่งเน้นแก้เรื่องด่วนสำคัญ 9 เรื่องหลัก เริ่มจากปรับปรุงการเชื่อมโยงเครือข่ายถนน โดยจะเดินหน้าเพิ่มทางลัดทางผ่านกลไกความร่วมมือกับภาคเอกชนเพื่อเพิ่มทางเลือกในการสัญจรและลดความหนาแน่นบนถนนสายหลัก พร้อมมีมาตรการต่าง ๆ เช่น กทม. และเอกชนจะร่วมกันจัดรูปร่างแปลงที่ดินใหม่เพื่อตัดถนนหรือขยายทางแยกให้ได้มาตรฐานซึ่งจะส่งผลทำให้ที่ดินมีมูลค่าสูงขึ้นจากการเข้าถึงที่สะดวกมากขึ้น รวมทั้งเดินหน้าตัดถนนตามที่ผังเมืองได้กำหนดไว้
ขณะเดียวกันจะต้องประเมินผลกระทบการจราจรในจุดที่มีผู้ใช้บริการจำนวนมากเพื่อหาวิธีแก้ไขปัญหา เช่น ประสานงานปรับจังหวะสัญญาณไฟเพื่อลดจุดตัดกระแสรถ หรือบังคับให้ออกแบบจุดรับ - ส่ง ทั้งสำหรับรถยนต์ส่วนบุคคลและรถโดยสารสาธารณะให้ไม่กีดขวางช่องทางจราจรหลัก
ชัยวัฒน์ นำเสนอแนวทางการแก้ปัญหาการจราจรโดยทำให้การเดินทางมีความสะดวกสบายมากขึ้น โดยคนกทม.จะสามารถใช้การเดินเท้าได้มากกว่านี้เพราะมองว่า การเดินเท้าได้จะเอื้อให้ประชาชนหันมาใช้บริการขนส่งสาธารณะมากขึ้นโดยกทม.ต้องมีทางเดินในร่ม ในจุดเชื่อมต่อของระบบขนส่งสาธารณะต่าง ๆ เช่น สถานีรถไฟ ป้ายรถเมล์ และท่าเรือ