Thansettakij
รัฐต่ออายุภาษีดิจิทัล 2 ปี ลดหัก ณ ที่จ่ายเหลือ 1% เสริมสภาพคล่องธุรกิจ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ครม. อนุมัติออก 3 มาตรการภาษีดิจิทัล ถึงปี 70 ลด e-WHT เหลือ 1% เสริมสภาพคล่องธุรกิจ 2.7 หมื่นล้าน ได้สิทธิลดหย่อน 2 เท่า หนุนบริจาคการศึกษา-กีฬา
Key facts
- มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการใช้ระบบภาษีหัก ณ ที่จ่ายอิเล็กทรอนิกส์ (e-Withholding Tax) ลดอัตราภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายที่มีอัตรา 5% อัตรา 3% และอัตรา 2% เหลือ 1% สำหรับการจ่ายเงินได้พึงประเมินผ่านระบบ e-Withholding Tax ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2570
- ส่งเสริมการบริจาคผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อการศึกษาและการกีฬา ที่ใช้ระบบ e-Donation สามารถหักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า เช่นเดียวกับการบริจาคให้วัด มาตรการนี้จะมีผลจนถึงเดือนธันวาคม 2570
- มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการลงทุนในระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์ ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหักรายจ่ายการลงทุนและรายจ่ายค่าใช้บริการระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt เพื่อลดการใช้กระดาษ ซึ่งสามารถนำค่าใช้จ่ายในการลงทุนระบบหรือค่าจ้างทำระบบมาหักภาษีได้ 2 เท่า โดยมีเพดานตามเงื่อนไขเดิมที่ 10%
- สรรพากรเปิดละเอียด ยืดเวลา 2 มาตรการภาษี ออกไป 2 ปี
- ลดภาษีหัก ณ ที่จ่ายอิเล็กทรอนิกส์ (e-Withholding Tax) เหลือ 1% ซึ่งเป็นการขยายเวลาปรับลดอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Withholding Tax) มีผลบังคับใช้ยาวไปจนถึงเดือนธันวาคม พ.ศ. 2570
- ลดภาษีหัก ณ ที่จ่ายผ่านระบบ e-Withholding Tax
Summary
รัฐบาลเดินหน้าต่ออายุมาตรการภาษีสำคัญเพื่อสนับสนุนการใช้ระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์อย่างต่อเนื่อง ล่าสุด คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบ 3 มาตรการภาษี ได้แก่ การขยายเวลาลดภาษีหัก ณ ที่จ่ายผ่านระบบ e-Withholding Tax, สิทธิหักรายจ่ายลงทุนระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt, และการส่งเสริมการบริจาคผ่าน e-Donation โดยคาดว่าจะช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้ภาคธุรกิจได้กว่า 27,000 ล้านบาท
ขยายเวลาลดอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Withholding Tax) เหลือ 1% จนถึงสิ้นปี 2570 เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้ภาคธุรกิจ
“มาตรการนี้ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อช่วยเพิ่มสภาพคล่องหมุนเวียนให้กับภาคเอกชน ซึ่งคาดการณ์ว่าจะช่วยรักษาสภาพคล่องในระบบได้สูงถึงประมาณ 27,000 ล้านบาท เนื่องจากภาคธุรกิจจะมีภาระในการถูกหักภาษีไว้ที่หน้างานน้อยลงและมีเงินสดไปหมุนเวียนในกิจการได้มากขึ้น”