Thairath
“อัครเดช” ไม่ค้าน FTA ไทย-EFTA แต่ต้องมีมาตรการดูแลผู้เสียประโยชน์
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
“อัครเดช” ไม่ค้าน FTA ไทย-EFTA แต่ต้องมีมาตรการดูแลผู้เสียประโยชน์ ห่วงประมงไทยซ้ำรอยวิกฤตเกษตรกรโคนม จี้รัฐเร่งตั้งกองทุนเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ
Key facts
- วันที่ 17 มิ.ย. 2569 นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย อภิปรายในที่ประชุมรัฐสภา ระหว่างการพิจารณาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ระหว่างประเทศไทยกับสมาคมการค้าเสรียุโรป (EFTA) โดยยืนยันว่าไม่ได้คัดค้านการทำ FTA
- ไม่ค้าน FTA ไทย-EFTA แต่ต้องมีมาตรการดูแลผู้เสียประโยชน์ ห่วงประมงไทยซ้ำรอยวิกฤตเกษตรกรโคนม จี้รัฐเร่งตั้งกองทุนเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ
- นายอัครเดช เปิดเผยว่า ปัจจุบันปริมาณน้ำนมดิบของสหกรณ์โคนมในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งเป็นอาชีพพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ลดลงจากวันละ 250 ตัน เหลือเพียง 130 ตันต่อวัน
- นายอัครเดช กล่าวว่า การทำ FTA ย่อมมีทั้งผู้ได้รับประโยชน์และผู้เสียประโยชน์ ซึ่งภาครัฐต้องให้ความสำคัญกับการดูแลผู้ที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะภาคเกษตรกรรมและผู้ประกอบการรายย่อย พร้อมยกกรณี FTA ไทย-ออสเตรเลีย และไทย-นิวซีแลนด์
Summary
วันที่ 17 มิ.ย. 2569 นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย อภิปรายในที่ประชุมรัฐสภา ระหว่างการพิจารณาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ระหว่างประเทศไทยกับสมาคมการค้าเสรียุโรป (EFTA) โดยยืนยันว่าไม่ได้คัดค้านการทำ FTA แต่เห็นว่ารัฐบาลต้องมีมาตรการรองรับและเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้าอย่างเป็นรูปธรรม
นายอัครเดช กล่าวว่า การทำ FTA ย่อมมีทั้งผู้ได้รับประโยชน์และผู้เสียประโยชน์ ซึ่งภาครัฐต้องให้ความสำคัญกับการดูแลผู้ที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะภาคเกษตรกรรมและผู้ประกอบการรายย่อย พร้อมยกกรณี FTA ไทย-ออสเตรเลีย และไทย-นิวซีแลนด์ ที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมโคนมไทยอย่างรุนแรง จนเกษตรกรจำนวนมากประสบปัญหาขาดทุนและเลิกอาชีพ
นายอัครเดช ยังได้แสดงความกังวลว่าภาคประมงไทยอาจเผชิญชะตากรรมเดียวกับอุตสาหกรรมโคนม หากมีการเปิดเสรีทางการค้าโดยไม่มีมาตรการป้องกันและช่วยเหลือที่เพียงพอ เนื่องจากสินค้าและผลิตภัณฑ์ประมงจากต่างประเทศอาจเข้ามาแข่งขันจนกระทบต่อรายได้ของชาวประมงไทยทั้งในภาคทะเลและประมงน้ำจืด