Thairath
สาวลูกครึ่ง อ้างถูกหมอดูหลอกทำพิธีเรียกผัว สูญเงินกว่า 30 ล้าน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
สาวลูกครึ่งไทย-ฮ่องกง ร้อง "สายไหมต้องรอด" อ้างถูกหมอดูคนดังหลอกทำพิธีเรียกผัว สูญเงินกว่า 30 ล้าน สุดท้ายก็ไม่กลับมา ซ้ำแจ้งความดำเนินคดี เจอตำรวจเรียกเงินค่าดำเนินการอีก
Key facts
- เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 17 มิ.ย.69 ที่ศูนย์ประสานงานเพจสายไหมต้องรอด ถนนวัดเกาะ เขตสายไหม กทม. น.ส.เพชรรินทร์ อายุ 47 ปี มีตำแหน่งเป็นเลขานุการ ของบริษัทขนส่งเรือสินค้าแห่งหนึ่งที่ฮ่องกง
- ด้าน นายเอกภพ กล่าวว่า คดีนี้ไม่น่าซับซ้อน เพราะมีเอกสารการโอนเงินครั้งละ 3-4 แสนบาทชัดเจน ส่วนเรื่องเงินค่าทำคดีต่างๆ จะประสาน ผกก.สน.ประเวศ ตรวจสอบผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคนที่ผู้เสียหายกล่าวอ้างว่าโอนเงินให้ตำรวจ 5-6 คน เป็นค่าดำเนินการ
- สาวลูกครึ่งไทย-ฮ่องกง ร้อง "สายไหมต้องรอด"
- น.ส.เพชรรินทร์ ยังกล่าวอีกว่า วันที่ตนได้สติ คือวันที่บัตรประชาชนฮ่องกงของตนหมดอายุ ตนจึงเดินทางไปทำบัตรประชาชนใบใหม่ จู่ๆ ตนก็ได้สติ รู้ว่าที่ผ่านมาถูกหลอก จึงตัดสินใจเดินทางเข้าแจ้งความกับตำรวจ ที่ สน.แห่งหนึ่ง ซึ่งเพื่อนตนแนะนำ
Summary
น.ส.เพชรรินทร์ เผยว่า พ่อตนเป็นชาวฮ่องกง ตนโต และทำงานพักอาศัยอยู่ที่ฮ่องกง มีบัตรประชาชนไทย และบัตรประชาชนชาวฮ่องกง เมื่อ 4 ปีที่แล้วจับได้สามีไปมีชู้ จึงหันไปพึ่งหมอดู โดยค้นหาเพจหมอดูทางเฟซบุ๊ก กระทั่งไปเจอเพจหนึ่ง และได้มีการทักแชตไปคุย กระทั่งได้ติดต่อกันทางไลน์เพื่อดูดวง แรกๆหมอดูทักว่า สามีชาวฮ่องกงของตนโดนชู้ชาวฮ่องกง บินมาทำของใส่ที่ประเทศไทย หมอดูก็ขอให้ถ่ายภาพบัตรประชาชนของตนส่งให้ เพื่อเสริมดวง จากนั้นหมอดู ก็พูดจาหว่านล้อมให้ตนโอนเงินไปยังบัญชีธนาคารตามที่เขาบอก
น.ส.เพชรรินทร์ ยังกล่าวอีกว่า วันที่ตนได้สติ คือวันที่บัตรประชาชนฮ่องกงของตนหมดอายุ ตนจึงเดินทางไปทำบัตรประชาชนใบใหม่ จู่ๆ ตนก็ได้สติ รู้ว่าที่ผ่านมาถูกหลอก จึงตัดสินใจเดินทางเข้าแจ้งความกับตำรวจ ที่ สน.แห่งหนึ่ง ซึ่งเพื่อนตนแนะนำ กลับถูกเรียกเงินค่าทำคดีรวมนับแสนบาท ตนยอมจ่ายไปหลายครั้งแต่คดีไม่คืบหน้า จึงตัดสินใจมาร้อง เพจสายไหมต้องรอด
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 17 มิ.ย.69 ที่ศูนย์ประสานงานเพจสายไหมต้องรอด ถนนวัดเกาะ เขตสายไหม กทม. น.ส.เพชรรินทร์ อายุ 47 ปี มีตำแหน่งเป็นเลขานุการ ของบริษัทขนส่งเรือสินค้าแห่งหนึ่งที่ฮ่องกง นั่งเครื่องบินลัดฟ้าเดินทางมาร้องขอความช่วยเหลือนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด และนายนิรันดร์ เกแง้ว ผู้ร่วมก่อตั้ง เพื่อขอความเป็นธรรม เนื่องจากตนเองเสียรู้ หมอดูคนดัง ซึ่งเปิดเพจในเฟซบุ๊ก โดยอ้างว่า เมื่อ 4 ปีที่แล้วตัวเองใช้ชีวิตคู่กับสามีชาวฮ่องกง