Krungthep Turakij
‘แสนสิริ’นำทัพยกระดับอสังหาฯไทย รับกติกาใหม่'Thailand Taxonomy'
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
โลกธุรกิจเดินเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญอีกครั้ง เมื่อแรงกดดันจากวิกฤติสภาพภูมิอากาศ กฎเกณฑ์การค้าระหว่างประเทศ และการเงินสีเขียวกำลังหลอมรวมเป็น “กติกาใหม่” บิ๊กคอร์ปอสังหาริมทรัพย์ “แสนสิริ” ผนึกพลังพันธมิตรภาครัฐและเอกชนเปิดเวที “GREEN UP 2026 : Toward
Key facts
- ในระดับโลก ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับ ESG ทั่วโลกเติบโตอย่างก้าวกระโดดเฉลี่ยปีละ 33% มีมูลค่าตลาดสูง 1 ล้านล้านดอลลาร์ ส่วนประเทศไทยแม้ตลาดจะเล็กลงมาแต่มีแนวโน้มเติบโต คาดการณ์ปี 2025 มีมูลค่า 2.08 แสนล้านบาท
- แสนสิริถือเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ รายแรกและรายเดียวในปัจจุบันที่ผ่านเกณฑ์ Thailand Taxonomy ในระดับที่เข้มข้น ปัจจุบันมีโครงการของแสนสิริที่ผ่านเกณฑ์รับรองจาก KBank ถึง 6 โครงการมูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท”
- ผนึกพลังพันธมิตรภาครัฐและเอกชนเปิดเวที “GREEN UP 2026 : Towards a Regenerative Future”
- แสนสิริ เป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายแรกที่นำตัวชี้วัด Emission Intensity หรือความเข้มข้นของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อตารางเมตรมาใช้เป็น KPI หลัก มีค่าเฉลี่ย 59.16 กิโลกรัมคาร์บอนต่อตารางเมตรต่อปี และการที่โครงการของแสนสิริผ่านเกณฑ์
- แสนสิริ ยังพร้อมขับเคลื่อนโครงการไฮไลต์แห่งปี 2569 ในรูปแบบ Wellness Community และโครงการ Biodiversity Flagship ทั้งแนวราบและแนวสูง ควบคู่การทำหน้าที่เป็น Fast Mover และ Connector นำทัพพันธมิตรใน Ecosystem โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SMEs
- ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่การลดผลกระทบเชิงลบ เช่น ลดคาร์บอนหรือขยะ แต่คือการสร้างคุณค่าและฟื้นฟูสิ่งดีๆ กลับคืนสู่ชุมชนและโลก โดยแสนสิริประกาศเป้าหมายสูงสุดเป็นองค์กรที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050
- แสนสิริใช้เกณฑ์การวัดความเข้มข้นของการปล่อยคาร์บอน (Emission Intensity) โดยโครงการของแสนสิริมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 59.16 กิโลกรัมคาร์บอนต่อตารางเมตรต่อปี ดีกว่าเกณฑ์มาตรฐานทั่วไปที่กำหนดไว้ที่ 80 กิโลกรัมคาร์บอนต่อตารางเมตรต่อปี”
Summary
โลกธุรกิจเดินเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญอีกครั้ง เมื่อแรงกดดันจากวิกฤติสภาพภูมิอากาศ กฎเกณฑ์การค้าระหว่างประเทศ และการเงินสีเขียวกำลังหลอมรวมเป็น “กติกาใหม่” บิ๊กคอร์ปอสังหาริมทรัพย์ “แสนสิริ” ผนึกพลังพันธมิตรภาครัฐและเอกชนเปิดเวที “GREEN UP 2026 : Towards a Regenerative Future” เพื่อสร้างความพร้อมให้ผู้ประกอบการ คู่ค้า และพันธมิตรทางธุรกิจในการปรับตัวรับมาตรฐานใหม่ โดยเฉพาะ “Thailand Taxonomy ระยะที่ 2”
นายอุทัย อุทัยแสงสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แสนสิริ วางรากฐานด้านความยั่งยืนมาอย่างต่อเนื่องผ่านแนวคิด “Sansiri Sustainable Design” และกลยุทธ์ “3 Green Framework” ครอบคลุมการจัดซื้อวัสดุ การก่อสร้าง การออกแบบโครงการ ตลอดซัพพลายเชนร่วมกับคู่ค้ากว่า 4,000 ราย เป็นการปรับกระบวนการก่อนภาครัฐจะประกาศใช้เกณฑ์ “Thailand Taxonomy” อย่างเป็นทางการ
ทั้งนี้ ความยั่งยืนเป็นรากฐานใหม่ของความสามารถในการแข่งขัน ภายใต้โลกที่กำลังก้าวสู่ยุค “Generative Future” ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่การลดผลกระทบเชิงลบ เช่น ลดคาร์บอนหรือขยะ แต่คือการสร้างคุณค่าและฟื้นฟูสิ่งดีๆ กลับคืนสู่ชุมชนและโลก โดยแสนสิริประกาศเป้าหมายสูงสุดเป็นองค์กรที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 ปีที่ผ่านมาลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้แล้ว 14% ในระยะกลางตั้งเป้าหมายลด 20% ภายในปี 2030