Thai Post
ทักษะของงานอนาคต
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ความสำคัญของวันแรงงานสากล หรือ May Day มีรากเหง้ามาจากการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ใช้แรงงานในสหรัฐอเมริกาช่วงศตวรรษที่ 19 โดยมีเหตุการณ์ประท้วงที่จัตุรัสเฮย์มาร์เก็ต [1] (Haymarket Affair) ณ เมืองชิคาโก ในปี ค.ศ. 1886 เป็นจุดเปลี่ยนเชิงสัญลักษณ์ ในยุคนั้นแรงงานต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่อันตรายและชั่วโมงการทำงานที่ยาวนานถึง 10-16 ชั่วโมงต่อวัน การเรียกร้องจึงมุ่งเน้นไปที่ระบบ “8-8-8”
Key facts
- ความสำคัญของวันแรงงานสากล หรือ May Day มีรากเหง้ามาจากการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ใช้แรงงานในสหรัฐอเมริกาช่วงศตวรรษที่ 19 โดยมีเหตุการณ์ประท้วงที่จัตุรัสเฮย์มาร์เก็ต [1] (Haymarket Affair) ณ เมืองชิคาโก ในปี ค.ศ. 1886
- อันเป็นข้อเสนอเชิงอุดมคติเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี ได้แก่ ทำงาน 8 ชั่วโมง พักผ่อน 8 ชั่วโมง และศึกษาหาความรู้/สันทนาการ 8 ชั่วโมง ระบบนี้ไม่เพียงแต่เป็นการจัดสรรเวลา แต่เป็นการยืนยันสิทธิขั้นพื้นฐานที่แรงงานพึงมี
- ถึงแม้ว่า ตลาดแรงงานของประเทศไทยมีความมั่นคงและมีอัตราการว่างงานต่ำ แต่ในมิติเชิงคุณภาพกลับเผชิญภาวะทักษะไม่สอดคล้องกับงานอย่างรุนแรง ข้อมูลจาก Nation Thailand ระบุว่า กว่าร้อยละ 67 [2]
- 2 สมาพันธ์แรงงาน เรียกร้อง 7 ข้อเร่งด่วน วันกรรมกรสากล ค้านกาสิโน-หยุดแปรรูปรัฐวิสาหกิจ
- แนวทางพัฒนาทักษะของงานในอนาคตสู่ประเทศรายได้สูง
- บทความ คอลัมน์ พิจารณ์นโยบายสาธารณะ กลุ่มนโยบายสาธารณะเพื่อสังคมและธรรมาภิบาล วันพุธ ที่ 17 มิถุนายน 2569 ดร. เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ กลุ่มนโยบายสาธารณะเพื่อสังคมและธรรมาภิบาล
Summary
ความสำคัญของวันแรงงานสากล หรือ May Day มีรากเหง้ามาจากการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ใช้แรงงานในสหรัฐอเมริกาช่วงศตวรรษที่ 19 โดยมีเหตุการณ์ประท้วงที่จัตุรัสเฮย์มาร์เก็ต [1] (Haymarket Affair) ณ เมืองชิคาโก ในปี ค.ศ. 1886 เป็นจุดเปลี่ยนเชิงสัญลักษณ์ ในยุคนั้นแรงงานต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่อันตรายและชั่วโมงการทำงานที่ยาวนานถึง 10-16 ชั่วโมงต่อวัน การเรียกร้องจึงมุ่งเน้นไปที่ระบบ “8-8-8”
ถึงแม้ว่า ตลาดแรงงานของประเทศไทยมีความมั่นคงและมีอัตราการว่างงานต่ำ แต่ในมิติเชิงคุณภาพกลับเผชิญภาวะทักษะไม่สอดคล้องกับงานอย่างรุนแรง ข้อมูลจาก Nation Thailand ระบุว่า กว่าร้อยละ 67 [2] ขององค์กรในประเทศไทยกำลังประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะตรงตามต้องการ ปรากฏการณ์นี้สะท้อนนัยสำคัญว่า ทักษะที่แรงงานมีอยู่เดิมเริ่มไร้ประสิทธิภาพเมื่อต้องเผชิญกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว แรงงานจำนวนมากจึงตกอยู่ในสภาวะความเสี่ยงแม้จะยังมีงานทำ
การขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลางไปสู่การเป็นประเทศรายได้สูง ไม่สามารถพึ่งพาวิธีการทำงานแบบเดิมได้ แม้แรงงานจะมีความเชี่ยวชาญมากขึ้น ทิศทางในอนาคตจำเป็นต้องเปลี่ยนกระบวนทัศน์จากการเป็นฐานการรับจ้างผลิต ไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มสูงผ่านการบูรณาการนวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ากับจุดแกร่งดั้งเดิมของประเทศ โดยผมได้เสนอแนวคิดเชิงยุทธศาสตร์ว่า ประเทศไทยควรได้รับการพัฒนาเป็นเมืองหลวงโลกบนฐานจุดแกร่ง 4 ด้าน [3] เพื่อสร้างความโดดเด่นในระดับสากล ได้แก่ เมืองหลวงอาหารโลก
1. แนวโน้มการพัฒนาทักษะของงานในอนาคต