Prachachat
BiOST เปิดตัวดัชนี GSi เครื่องชี้วัดคุณภาพเศรษฐกิจ ‘โตดีแค่ไหน’
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
Key facts
- BiOST, Institute of Systematic Transformation ร่วมกับ BRANDi and Companies จัดงาน Global Sustainomy Outlook #1 ภายใต้แนวคิด “Beyond GDP : ก้าวข้ามขีดจำกัดการเติบโต สู่ตัวชี้วัดเศรษฐกิจคุณภาพแห่งอนาคต”
- เครื่องมือวัดคุณภาพการเติบโตผ่าน 5 เสาหลักของ GSi
- GSi ในฐานะ Thought Product จากไทยสู่เวทีโลก ในขณะที่ประเทศต่าง ๆ กำลังมองหาจุดยืนใหม่ท่ามกลางความผันผวนและการแข่งขันเชิงระบบ GSi อาจเป็นอีกหนึ่งกลไกที่ช่วยให้ประเทศไทยมีบทบาทมากขึ้น และเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยให้ภาครัฐ ภาคเอกชน
- เปิดตัว Global Sustainomy Index หรือ GSi ตัวชี้วัดที่มุ่งสะท้อน “คุณภาพของการเติบโต”
Summary
### แชร์
BiOST, Institute of Systematic Transformation ร่วมกับ BRANDi and Companies จัดงาน Global Sustainomy Outlook #1 ภายใต้แนวคิด “Beyond GDP : ก้าวข้ามขีดจำกัดการเติบโต สู่ตัวชี้วัดเศรษฐกิจคุณภาพแห่งอนาคต” เปิดตัว Global Sustainomy Index หรือ GSi ตัวชี้วัดที่มุ่งสะท้อน “คุณภาพของการเติบโต” ชวนตั้งคำถามใหม่ว่า ประเทศไม่ได้เพียง “เติบโตขึ้น” แต่กำลัง “เติบโตอย่างมีคุณภาพและพร้อมสำหรับอนาคต” หรือไม่
ภายในงาน คุณปิยะชาติ (อาร์ม) อิศรภักดี Chief Sustainomist, BiOST และ CEO, BRANDi and Companies ชี้ให้เห็นว่า ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา GDP เป็นตัวชี้วัดหลักที่ทั่วโลกใช้ประเมินกิจกรรมทางเศรษฐกิจและขนาดของเศรษฐกิจประเทศ อย่างไรก็ตาม ในโลกที่เต็มไปด้วยความผันผวน ความเสี่ยงเชิงระบบ ความเหลื่อมล้ำ การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน เทคโนโลยี และความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม การพิจารณาเพียงตัวเลขการเติบโตเชิงปริมาณอาจไม่เพียงพออีกต่อไป
หัวใจสำคัญของ Sustainomy คือ การก้าวข้ามวิธีคิดแบบเดิมที่มองว่าเศรษฐกิจและความยั่งยืนเป็นเรื่องที่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ชี้ให้เห็นว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจในอนาคตไม่ควรถูกแยกออกจากคุณภาพของสังคม ความสามารถของสถาบัน ความพร้อมของประเทศต่อการเปลี่ยนผ่าน และความสามารถในการรับมือกับความเสี่ยงระยะยาว หากแต่ต้องถูกออกแบบให้เป็นระบบเดียวกัน GDP ยังจำเป็น แต่ GDP อย่างเดียวไม่พอ “GDP วัด Size of Economy แต่ไม่ได้ตอบโจทย์สิ่งที่เรียกว่า Quality of Economy”