Komchadluek
คุมตัว ตชด. ยิงวินจยย. ฝากขัง เมียผู้เสียชีวตโผล่คัดค้านประกันตัว
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
15 มิ.ย. 2569 ที่ศาลอาญารัชดาภิเษก พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง นำตัว ส.ต.อ.นำทัพ สังกัด กก.ตชด.21 มาฝากขังครั้งแรกต่อศาลอาญาจากกรณีเจ้าตัวก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงกลุ่มวินรถจักรยานยนต์รับจ้างบริเวณหน้าซอยประชาสงเคราะห์ 38 จนมีผู้เสียชีวิต 2 ราย
Key facts
- คำร้องระบุพฤติการณ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ห้วยขวางได้รับแจ้งว่า มีเหตุทำร้ายร่างกายโดยใช้อาวุธปืน เหตุเกิดบริเวณ วินจักรยานยนต์รับจ้าง ปากซอยประชาสงเคราะห์ จากนั้นเจ้าหน้าที่เดินทางไปยังสถานที่เกิดเหตุ พบศพนายภูริต
- ผู้ต้องหาจะถูกควบคุมตัวครบกำหนด 48 ชั่วโมงในวันที่ 16 มิ.ย.2569 ด้วยเหตุและความจำเป็นดังกล่าวจึงขอฝากขังผู้ต้องหาครั้งเเรกระหว่างสอบสวน 12 วันตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย.-26 มิ.ย.2569
- เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมพิเคราะห์แล้วเห็นว่าพฤติการณ์ของส.ต.อ.นำทัพ เป็นกรณีที่มีพยานหลักฐานตามสมควรว่า ผู้ก่อเหตุกระทำผิดอาญาซึ่งมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกิน 3 ปี มีเหตุจำเป็นเร่งด่วน ไม่อาจขอศาลให้ออกหมายจับได้ ประกอบกับมีเหตุอันควรเชื่อว่า
- ต่อมาส.ต.อ.นำทัพ เข้ามอบตัวพร้อมอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวและนำอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุเป็นของกลาง จากการสอบถาม ส.ต.อ.นำทัพ ให้การรับสารภาพว่า ได้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงผู้ตาย และผู้บาดเจ็บ
Summary
คำร้องระบุพฤติการณ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ห้วยขวางได้รับแจ้งว่า มีเหตุทำร้ายร่างกายโดยใช้อาวุธปืน เหตุเกิดบริเวณ วินจักรยานยนต์รับจ้าง ปากซอยประชาสงเคราะห์ จากนั้นเจ้าหน้าที่เดินทางไปยังสถานที่เกิดเหตุ พบศพนายภูริต นอนเสียชีวิตอยู่ริมฟุตบาทใกล้กับวินจักรยานยนต์รับจ้าง ร่างกายมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนทั่วร่างกาย 5 นัด และพบผู้บาดเจ็บจากการถูกยิง จำนวน 2 ราย คือนายชรินทร์ และนายเกียรติศักดิ์ ซึ่งถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลทันทีหลังเกิดเหตุ หลังจากนั้นมี 1 รายเสียชีวิตที่โรงพยาบาล
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมพิเคราะห์แล้วเห็นว่าพฤติการณ์ของส.ต.อ.นำทัพ เป็นกรณีที่มีพยานหลักฐานตามสมควรว่า ผู้ก่อเหตุกระทำผิดอาญาซึ่งมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกิน 3 ปี มีเหตุจำเป็นเร่งด่วน ไม่อาจขอศาลให้ออกหมายจับได้ ประกอบกับมีเหตุอันควรเชื่อว่า ส.ต.อ.นำทัพ จะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือก่อเหตุร้ายประการอื่น เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงจับกุมตัวก่อนแจ้งข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พยายามฆ่าผู้อื่น และพาอาวุธปืนติดตัวไปในหมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต
ต่อมาส.ต.อ.นำทัพ เข้ามอบตัวพร้อมอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวและนำอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุเป็นของกลาง จากการสอบถาม ส.ต.อ.นำทัพ ให้การรับสารภาพว่า ได้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงผู้ตาย และผู้บาดเจ็บ โดยก่อนเกิดเหตุเจ้าตัวได้ไปดื่มกินกับเพื่อนที่ร้านบริเวณซอยประชาสงเคราะห์ หลังจากนั้นได้เดินเข้ามาบริเวณวินที่เกิดเหตุ ก่อนสอบถามราคาค่าโดยสาร และต่อรองราคาค่าโดยสาร