Thairath
“เฉลิมพงศ์” ฉะยับระบบ “ผู้ว่าฯ ผ่านทาง” ย้ายบ่อยทำภูเก็ตพัง
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน ชี้ปมสั่งเด้งพ่อเมืองภูเก็ตสะท้อนแผลลึกโครงสร้างรัฐรวมศูนย์ ปล่อยปัญหาเรื้อรังหนุนเลือกผู้ว่าฯ เอง
Key facts
- วันที่ 16 มิถุนายน 2569 นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน (ปชน.) ได้แสดงความคิดเห็นถึงกรณีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มีคำสั่งโยกย้ายนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ไปดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย โดยระบุว่า
- สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน ชี้ปมสั่งเด้งพ่อเมืองภูเก็ตสะท้อนแผลลึกโครงสร้างรัฐรวมศูนย์ ปล่อยปัญหาเรื้อรังหนุนเลือกผู้ว่าฯ เอง
- การเลือกตั้งผู้ว่าฯ ไม่ควรเป็นเอกสิทธิ์หรือโอกาสของคนกรุงเทพมหานครเท่านั้น แต่พี่น้องประชาชนในต่างจังหวัดทุกพื้นที่ควรได้รับสิทธิ์นี้อย่างเท่าเทียม อนาคตของเมืองท่องเที่ยวระดับสากลอย่างภูเก็ตไม่ควรถูกกำหนดจากส่วนกลางเพียงฝ่ายเดียว
- ปัญหาที่มีความซับซ้อนเหล่านี้ ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการบริหารแบบฉาบฉวยระยะสั้น แต่เมืองโตเร็วอย่างภูเก็ตต้องการผู้นำที่มีเวลาทำงานอย่างมียุทธศาสตร์ วางแผนระยะยาว และอยู่รับผิดชอบต่อผลลัพธ์อย่างต่อเนื่อง
Summary
นายเฉลิมพงศ์ ชี้ว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ไม่ใช่เรื่องพิจารณาที่ตัวบุคคล แต่เป็นปัญหาใหญ่ที่หยั่งรากลึกในระดับโครงสร้างการบริหารราชการแผ่นดิน ภูเก็ตเป็นจังหวัดที่สร้างรายได้มหาศาลขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย เป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก และเป็นเซนเตอร์ทางเศรษฐกิจของภาคใต้ฝั่งอันดามัน แต่ในทางกลับกัน ภูเก็ตกลับต้องแบกรับปัญหาสะสมจำนวนมาก ทั้งวิกฤตการจราจรติดขัด น้ำประปาไม่เพียงพอ การจัดการขยะ ผังเมือง การใช้ประโยชน์ที่ดินโดยมิชอบ ตลอดจนปัญหาผู้มีอิทธิพลและมาเฟียต่างชาติ
วันที่ 16 มิถุนายน 2569 นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน (ปชน.) ได้แสดงความคิดเห็นถึงกรณีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มีคำสั่งโยกย้ายนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ไปดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย โดยระบุว่า ในระยะเวลาไม่ถึง 1 ปีที่ผ่านมาภูเก็ตมีการปรับเปลี่ยนและโยกย้ายตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดบ่อยครั้งมาก บางรายเพิ่งจะเริ่มเรียนรู้และเข้าใจบริบทปัญหาของพื้นที่ก็ถูกสั่งย้าย หรือบางรายยังประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ไม่ทันลงตัว
สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน กล่าวต่อไปว่า สังคมควรตั้งคำถามอย่างจริงจังได้แล้วว่า ถึงเวลาหรือยังที่คนภูเก็ตจะได้สิทธิ์กำหนดอนาคตและทิศทางเมืองของตัวเอง ถึงเวลาหรือยังที่จะมีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตโดยตรงจากประชาชน เพื่อให้ผู้บริหารเมืองยึดโยงกับประชาชนอย่างแท้จริงตามหลักการกระจายอำนาจ หากผู้ว่าฯ คนไหนทำงานดี ประชาชนก็พร้อมให้โอกาสศรัทธาเลือกกลับเข้ามาทำงานต่อ แต่หากทำงานไม่มีประสิทธิภาพ ประชาชนก็สามารถคัดออกได้ผ่านคูหาเลือกตั้งเมื่อครบวาระ