Thairath
“ภูมิใจไทย” มติเอกฉันท์ชงแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา โละหมวดปฏิรูปประเทศ-ปลดล็อกภาษีท้องถิ่น
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 3 outlets. See llms.txt for citation guidance.
3 แหล่งข่าวยืนยัน
ภท. ชงแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา ยกเลิกหมวดปฏิรูปประเทศชี้ขัดขวางการแก้ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ย้อนเกล็ด “เสรีพิศุทธ์” คดีรุกแม่น้ำแควน้อย
Key facts
- วันที่ 16 มิถุนายน 2569 ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ และฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมพรรคว่า พรรคมีมติเห็นชอบให้ดำเนินการเสนอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยเป็นรายมาตรา ใน 2
- ภท. ชงแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา ยกเลิกหมวดปฏิรูปประเทศชี้ขัดขวางการแก้ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ย้อนเกล็ด “เสรีพิศุทธ์”
- การเพิ่มอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มีอำนาจในการตรากฎหมายเพื่อจัดเก็บภาษีท้องถิ่นเอง โดยจะมีการเขียนบัญญัติในมาตรา 3 เพิ่มเติม เพื่อเปิดโอกาสให้ท้องถิ่นนำเงินภาษีที่จัดเก็บได้ไปบริหารและพัฒนาพื้นที่ของตนเองได้อย่างแท้จริง
- นายศุภชัยยังกล่าวพาดพิง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ถึงคดีความในอดีตว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ไม่เคยพูดถึงกรณีที่ตนเองเคยถูกฟ้องร้องจากการนำดินและหินไปถมพื้นที่ริมแม่น้ำแควน้อย จังหวัดกาญจนบุรี กว่า 1,500 ตารางเมตร ซึ่งคดีดังกล่าวศาลไม่เชื่อว่าเป็น
Summary
วันที่ 16 มิถุนายน 2569 ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ และฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมพรรคว่า พรรคมีมติเห็นชอบให้ดำเนินการเสนอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยเป็นรายมาตรา ใน 2 ประเด็นสำคัญ ประกอบด้วยการยกเลิกหมวดที่ว่าด้วยการปฏิรูปประเทศ เนื่องจากในสถานการณ์ปัจจุบัน มิติทางด้านภูมิรัฐศาสตร์โลกและปัจจัยแวดล้อมมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การคงหมวดการปฏิรูปประเทศไว้ในรัฐธรรมนูญแบบตายตัว
การเพิ่มอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มีอำนาจในการตรากฎหมายเพื่อจัดเก็บภาษีท้องถิ่นเอง โดยจะมีการเขียนบัญญัติในมาตรา 3 เพิ่มเติม เพื่อเปิดโอกาสให้ท้องถิ่นนำเงินภาษีที่จัดเก็บได้ไปบริหารและพัฒนาพื้นที่ของตนเองได้อย่างแท้จริง ซึ่งอุปสรรคสำคัญของการกระจายอำนาจที่ผ่านมาคือเรื่องของงบประมาณแผ่นดินที่มีจำกัด มาตรการนี้จึงจะช่วยทลายข้อจำกัดดังกล่าว
นอกจากนี้นายศุภชัยยังได้กล่าวถึงกรณีข้อพิพาทที่ดินเขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์ โดยตั้งคำถามไปถึง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย และนายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ "ทนายอั๋น"