← Back to KHAO

ภคมน ยันไร้เกาเหลา ‘ภาวุธ’ ขอเปิดใจให้ ส.ส. เรียนรู้งานกมธ. ซัดอย่าใช้ไม้บรรทัดเดียววัดถูกผิด

4 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.

◌ Single Source

น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน

เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ที่รัฐสภา น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีที่ออกมาตอบโต้นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่โพสต์เฟซบุ๊กฝากถึงนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ ในหัวข้อความไร้ประสิทธิภาพของกรรมาธิการในรัฐสภา ว่า จริง ๆ ความเห็นไม่ได้สวนทาง ต้องบอกก่อนว่าวัฒนธรรมองค์กรในพรรคประชาชนเราแลกเปลี่ยนกันอย่างตรงไปตรงมาอยู่แล้วสิ่งที่นายภาวุธโพสต์ตนอ่านแล้วในฐานะที่เป็นประธานคณะกรรมาธิการและเป็นคนที่ค่อย ๆ พิสูจน์ตัวเองมา เพื่อน ๆ

Key facts

Summary

เมื่อถามว่านายภาวุธได้สะท้อนว่ากรรมาธิการบางคนทำงานไม่ได้ประสิทธิภาพแค่มาลงชื่อเพื่อรับเบี้ยเลี้ยงและวิ่งไปรับห้องอื่นด้วยนั้น น.ส.ภคมน กล่าวว่า เราจะเรียกร้องจิตสำนึกรายบุคคลคงไม่ได้หากเห็นปัญหานี้ต้องแก้กันที่ระเบียบของรัฐสภา ปรึกษากับประธานรัฐสภาผู้แทนให้เป็นเรื่องราว ไม่เช่นนั้นการติคนหนึ่งก็จะมีคนต่อ ๆ ไปจะเป็นการบั่นทอนคนที่มีความตั้งใจ มากกว่าสิ่งที่พูดอาจเป็นส่วนน้อยด้วยซ้ำคิดว่าทุกคนที่เข้ามาทำงานทุกพรรค เชื่อว่าในเวทีกรรมาธิการทุกคน

มันไม่ง่ายที่คนทำอาชีพ ๆ หนึ่ง วันนึงมาเป็น ส.ส. แล้วต้องมาเรียนรู้อีกเรื่องหนึ่งมันใช้เวลา วันนี้ในเมื่อเราเป็นผู้แทนแล้วเราควรจะเปิดใจให้กว้าง ๆ และส่งกำลังใจให้ทุกคน นายภาวุธรวมถึงตนมีเป้าหมายเดียวกันคือเพื่อการเปลี่ยนแปลงของประเทศนี้ เพียงแต่ในรายละเอียดอาจเป็นมิติเดียวเกินไปในการนำเสนอ การแย้งของตนไม่ได้มีการขัดแย้งส่วนตัวแต่เป็นการแย้งเพราะเห็นอีกมุมหนึ่งเท่านั้น

“ดิฉันไม่เชื่อว่าคนที่มีความเชี่ยวชาญต่อเรื่องนั้น ๆ จะสามารถทำเรื่องนั้นได้ดีเสมอไป แต่เชื่อในคนที่มีความพยายามเรียนรู้ เขาก็เป็นคนที่สามารถพัฒนาตัวเองและมีคุณภาพได้ ดิฉันไม่ได้ขัดแย้งอะไรกับ ส.ส. ในพรรคที่โพสต์ เพียงแต่ว่ามีความเห็นที่ไม่ตรงกันบางส่วนจำเป็นต้องชี้แจง และเชื่อว่าเพื่อน ๆ ของพวกเราในฐานะที่ไปทำหน้าที่ในกรรมาธิการ บางคนถูกส่งไปในกรรมาธิการที่เขาไม่ถนัดด้วยซ้ำ แต่เขาเต็มใจที่จะเรียนรู้และทำงานให้กับพรรค และส่งข้อมูลหลักฐานเหล่านั้นเพื่อมาผลักดันไปนโยบายต่อไป

Read full article at Matichon →