Thansettakij
'มัลลิกา' ชูนโยบาย 'สตรีทฟู้ดพาราไดซ์' ปลุกศก.รากหญ้า แก้ปมจัดระเบียบทางเท้า กทม.
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
'มัลลิกา' แคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. โชว์วิสัยทัศน์นโยบายพลิกฟื้นศก.เมืองกรุง ชี้ชัดทางออก กทม. ไม่ใช่การไล่รื้อ แต่คือการจัดระเบียบให้ค้าขายได้อย่างถูกสุขลักษณะ ปลอดภัย ไม่กีดขวางทางเดิน
Key facts
- 14 มิถุนายน 2569 ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 14 ลงพื้นที่ย่านท่องเที่ยวชื่อดัง "ตลาดวังหลัง"
- นอกจากนี้งานวิจัยหลายฉบับชี้ว่า สตรีทฟู้ดไม่ได้สร้างรายได้เฉพาะให้ผู้ขายแต่ยังกระตุ้นห่วงโซ่อุปทานทั้งระบบ ตั้งแต่เกษตรกร ผู้ค้าส่ง ตลาดสด จนถึงภาคการท่องเที่ยวยังมีข้อมูลว่าพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่เลือกทานสตรีทฟู้ดเพิ่มขึ้นจากประมาณ 63%
- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 14 ลงพื้นที่พบประชาชน ผู้ค้า ร้านอาหาร วินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง และผู้ขับรถตุ๊กตุ๊ก ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก
- หากมองในเชิงเศรษฐกิจเมือง สตรีทฟู้ดของกรุงเทพฯ ในยุคที่คึกคักที่สุดถือเป็นระบบเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับผู้ค้าหลายแสนราย และสร้างมูลค่าหมุนเวียนระดับหลายแสนล้านบาทต่อปี พร้อมทั้งเป็นหนึ่งในจุดขายการท่องเที่ยวอันดับต้น ๆ ของโลก
Summary
ตลาดวังหลังซึ่งเป็นแหล่งเศรษฐกิจสำคัญและจุดท่องเที่ยวชื่อดังของฝั่งธนบุรี โดยเฉพาะช่วงวันหยุดเสาร์–อาทิตย์ กลับสะท้อนปัญหาปากท้องอย่างชัดเจน ผู้ค้าหลายรายระบุว่า รายได้ลดลง การจับจ่ายซบเซา และต้องการให้ผู้ว่าฯ คนใหม่เร่งฟื้นเศรษฐกิจฐานรากอย่างจริงจัง
หากอ้างอิงข้อมูลวิจัยและรายงานด้านเศรษฐกิจเมืองของกรุงเทพฯ ก่อนการจัดระเบียบหาบเร่แผงลอยครั้งใหญ่จะพบว่า "สตรีทฟู้ด" ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องอาหาร แต่เป็นระบบเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงการท่องเที่ยว การจ้างงาน และรายได้ของประชาชนจำนวนมากกรุงเทพมหานครเคยได้รับการจัดอันดับให้เป็น "เมืองสตรีทฟู้ดดีที่สุดในโลก" ติดต่อกันหลายปี และเป็นหนึ่งในจุดขายสำคัญด้านการท่องเที่ยวของไทย แต่เสน่ห์นั้นกลับหายไปในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
นโยบายนี้มุ่งเน้นการจัดระเบียบทางเท้าในรูปแบบที่เอื้อต่อการทำมาหากิน ไม่ใช่การจำกัดสิทธิ์ เพื่อให้ประชาชนสามารถค้าขายได้อย่างเป็นระเบียบและถูกสุขลักษณะ